“สมัคร สุนทรเวช รำลึก”
วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
เมื่อวันอาทิตย์ปลายเดือน พ.ย.2552 ผมขับรถออกจากบ้านตอนเช้าตรู่ จะไปงานผู้ปกครองที่โรงรียนมาแตร์ เดอี ได้เปิดวิทยุฟังคลื่น Fm 101 ซึ่งเป็นรายการเม้าท์ข่าวการเมือง ระหว่างสองนักข่าวหญิงวัยโพล้เพล้ คือ คุณบุญระดม จิตรดอน กับคุณอนัญญา ตั้งใจตรง ได้ยินแล้วก็ต้องนำมาถ่ายทอดต่อให้ท่านผู้อ่านได้รับฟังกัน เธอทั้งสองเป็นผู้สื่อข่าวสายทำเนียบ คลุกคลีอยู่กับการทำข่าวรัฐบาลและนักการเมือง ได้ใช้ประสบการณ์ยาวนานหลายปี ร่วมกันจัดรายการเล่าข่าวนักการเมือง รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยชะโงกเข้าไปดูเรื่องพฤติกรรมของบรรดานักการเมือง ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ข่าวด้านรัฐบาลออกจะมากหน่อย แล้วนำมาเล่าต่อมาหยิกแกมหยอก พอเจ็บๆคันๆ

รายการที่คุณบุญระดม จิตรดอน และคุณอนัญญา ตั้งใจตรง จัดดูเหมือนจะชื่อ “กอซซิปการเมือง” ออกอากาศทางคลื่น Fm 101 ตอนเช้าวันเสาร์ และนำมาออกซ้ำหรือ rerun อีกครั้งในวันอาทิตย์ตอนหกโมงเช้า สาวทั้งสองได้เล่าถึงคุณสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเคยผ่านตำแหน่งต่างๆ ทางการเมือง มามากกว่าใครๆในปัจจุบัน รวมทั้งตำแหน่งผู้ว่ากรุงเทพฯ ฟังแล้วได้รู้ในสิ่งที่ตัวเองยังไม่ทราบ คือ คุณสมัครฯ เป็นคนง่ายๆ เช่น นักข่าวนั่งรับประทานอาหารกันอยู่ แล้วท่านไปขอร่วมวงด้วย พอรับประทานอาหารเสร็จ ท่านต้องวางสตางค์ไว้ 20 บาท ทุกครั้ง (ยี่สิบบาทเป็นราคามาตรฐาน สำหรับมื้อกลางวันเมื่อ 20-30 ปีก่อน) เรียกว่าทำตัวเหมือนกับเป็นผู้สื่อข่าวคนหนึ่ง “กิน-จ่าย” เท่าๆกัน ไม่ได้ถือยศถือศักดิ์อะไร จุดเด่นที่ผู้สื่อข่าวช่วยกันเล่า คือ นิสัยความเป็น “ครู” ของคุณสมัครฯ หากมีการอ่านข่าวทางวิทยุหรือโทรทัศน์ผิดไป ท่านก็จะโทรเข้ารายการ หรือโทรหาผู้ประกาศหรือจัดรายการคนนั้น ทักท้วงว่าเขาหรือเธออ่านผิด และให้คำแนะนำว่า คำที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร หรือ หากผู้ดำเนินรายการเล่าเรื่องผิดไปจากข้อมูลที่ถูกต้อง ท่านก็จะโทรแนะนำให้แก้ไขทันที ทั้งนี้ ก็เพื่อมิให้ผู้ฟัง ซึ่งเป็นประชาชนคนธรรมดา ไม่เข้าใจผิดๆไปด้วย นี่แสดงถึงนิสัย ความเป็น “ครู” ของท่านโดยแท้!
คุณบุญระดมและคุณอนัญญา เล่าถึงงานรดน้ำศพคุณสมัครฯที่วัดว่าผู้คนไปกันอย่างแน่นขนัด พวงหรีดที่ถูกจัดส่งมา ไม่สามารถจัดวางไว้ในวัดได้หมด เพราะมีจำนวนมากมายเสียเหลือเกิน จนกระทั่งล้นหลามออกมานอกวัด แสดงความรักอาลัยของพี่น้องประชาชน ในการจากไปของท่าน เป็นเครื่องหมายยืนยันว่า คุณสมัครฯยังอยู่ในหัวใจ ของประชาชนคนไทยจำนวนมากมายยิ่งกว่าที่คาดกันไว้นัก ผู้สื่อข่าวทั้งสอง ยังช่วยกันเล่าต่อว่า ตอนเคลื่อนย้ายศพออกจากโรงพยาบาล เพื่อไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเบญจมบพิตร ระหว่างทางเคลื่อนไป ตำรวจนำขบวนได้วิทยุขอทางสะดวก ไปยังเพื่อนตำรวจของท้องที่ ที่ขบวนจะผ่าน ซึ่งก็ได้รับการสอบถามว่า เป็นศพของท่านผู้ใด พอได้รับคำตอบว่า เป็นของท่านสมัคร สุนทรเวช เท่านั้น เสียงตำรวจผู้สอบถามก็ ว. ตอบด่วนว่า “จะรีบดำเนินการให้ ท่านนายกสมัครคนนี้...ผมรักมาก” ทั้งสองสาวเล่าไป ก็ทำเสียงสะอื้น คล้ายกับจะร้องไห้คนฟังอย่างผม ก็พลอยตื้นตันไปด้วย! เชื่อว่าใครที่ได้ฟังอยู่ และเป็นแฟนของคุณสมัคร ก็คงมีความรู้สึกไม่ต่างจากผู้เขียนแน่ๆ!!
สิ่งที่งดงามเกี่ยวกับคุณสมัครฯ และสังคมต้องยกย่อง คือความเป็นผู้ “สนใจใฝ่รู้” ของท่าน พราะในฐานะนักการเมืองอย่างท่าน มีโอกาสที่จะนำความรู้และประสบการณ์ จากการศึกษา และปรับแนวความคิดจากแหล่งต่างๆ ให้มาเป็นโครงการ ที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาบ้านเมืองอันเป็นประโยชน์กับประชาชน ได้ง่ายกว่าบุคคลสาขาอาชีพอื่น หากตนมีโอกาสได้เข้ามาเป็นรัฐบาล และได้บริหารบ้านเมืองตามนโยบายที่ได้จากการเรียนรู้ คุณสมบัติของคุณสมัครฯ ในด้านความสนใจใฝ่รู้นั้น ผนวกกับสายตาที่ยาวไกล อันกอปรด้วยวิสัยทัศน์ที่ลอกเลียนกันยาก ทำให้ประสพความสำเร็จ และผลงานของท่านก็ปรากฏชัดเจนยิ่งกว่านักการเมืองคนอื่นๆนัก!
แม้แต่ท่านล่วงลับไปแล้ว มาตรการช่วยเหลือประชาชน ในเรื่องค่าน้ำค่าไฟ รถประจำทางฟรี ฯลฯ ซึ่งรัฐบาลดักดานโลซก ชุดนี้ เอามาทำต่อเกือบปี แบบเดินตามตูดต้อยๆ แต่เจ้ากรรม ที่ตอนนี้เงินทองที่กู้เขามา ตอนนี้เริ่มร่อยหรอไปมาก เพราะพรรคพวกของตัวเอาไปผลาญ แถมยังยังมีข่าวทุจริตอันไม่เป็นมงคลปรากฏกันมากมาย จนเป็นที่อิดหนาระอาใจกับประชาชน ประกอบกับความไร้ประสิทธิภาพ ในการบริหารของรัฐบาล ซึ่งถนัดแค่การใช้ปากแกว่งหาเรื่อง ทั้งกับคนในประเทศใกล้เคียงและชาวบ้านของเราเองเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหาย จนเป็นที่เกลียดชังของผู้คนจำนวนมาก ใช่แต่เพียงเท่านั้นนะครับ... ตอนนี้จึงมีข่าวกระเส็นกระสายกันออกมา และผู้คนจ้องจะด่ากันแบบ “ชุดใหญ่” แบบยกโคตรกันอีกแล้ว นั่นก็คือ รัฐบาลนี้จะงดใช้นโยบายของท่านสมัคร คือมาตรการค่าน้ำค่าไฟ รถประจำทางฟรี ฯลฯ เสียแล้ว เขาให้เหตุผลว่า เพราะประชาชน ใช้จ่ายกันฟุ่มเฟือย ไม่รู้จักประหยัดกันเสียบ้าง...แน่ะ ดูมันพูดเข้า! ไม่รู้ว่าใครไม่ประหยัด ชาวบ้านหรือไอ้รัฐบาลโลซกชุดนี้ กันแน่ ท่านผู้อ่าน ช่วยตอบแทนผม ทีเถอะครับ!!
ผมติดตามคอลัมน์ และงานเขียนของคุณสมัครฯมาเสมอ ทางหน้าหนังสือพิมพ์ “เดลิมิลเลอร์” ระหว่างที่ท่านยังทำอยู่ รวมทั้งยังได้ฟังคำปราศรัยของท่านค่อนข้างมาก เพราะตัวเองทำงานด้านการข่าวด้วย และยังจำได้ว่า เทปคำปราศรัยของคุณสมัคร นี่แหละครับ ที่เด็กๆตามสี่แยก วิ่งขายคู่กับเทปธรรมะของท่านเจ้าคุณพยอม และขายดิบขายดีด้วยกันทั้งคู่ด้วย! พูดถึงเจ้าคุณพยอมหรือพระราชธรรมนิเทสก์แล้ว ก็มีเรื่องที่ท่านเล่าให้ฟังว่า “คุณสมัครพูดกับอาตมาตรงๆว่า ไม่ค่อยชอบฟังอาตมาพูด เพราะเหมือนฟังเพลงลูกทุ่ง ท่านสมัครท่านชอบฟังสุนทราภรณ์แบบท่าน ‘เจ้าคุณปัญญา’ มากกว่า” นี่เป็นความ “ตรงไปตรงมา” ของคุณสมัคร ชอบก็บอก ไม่ชอบก็บอก ไม่เคยเก็บงำความรู้สึกเอาไว้ บางคนอาจไม่ชอบ แต่คนที่ตรงไปตรงมาเหมือนกัน ก็จะชอบ คุณสมัครฯนั้นเป็นสีสันของการเมืองไทยโดยแท้ และเป็นมาตลอดตราบจนสิ้นลมไป ถึงกระนั้น งานศพของท่านยังคงเจิดจ้าด้วยแสงแห่งสีสัน และอยู่ในสายตาและความสนใจของผู้คน เสมือนท่านยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง!
สำหรับงานเขียนของผม คุณสมัครก็เคยกล่าวถึงหลายครั้ง ในรายการของท่าน ทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ เพราะท่านเป็นแฟนรายการ “สวนอักษร” ของ อ.ส.ม.ท.คลื่น Fm 100.5 และฟังคุณวรรณลักษณ์ (สีสด) สุจริต ผู้ที่มีเสียงไพเราะจับใจ อ่านหนังสือ “กาแฟขม ขนมหวาน” ของผมทางรายการของเธอ ซึ่งก็ดูท่าว่า คุณสมัครฯ คงจะชอบ เพราะท่านเคยเอาไปพูดในรายการวิทยุหลายหน แต่สำคัญที่สุด และอยากเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังก็คือ

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ ที่พรรค “ไทยรักไทย” จะกวาดชัยชนะขั้นเด็ดขาดนั้น ได้มีกรณี หนังสือพิมพ์ต่างประเทศที่ทรงอิทธิพลคือ นิตยสารไทม์ ได้ออกมาว่ากล่าวกระทบนายกฯทักษิณ โดยวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย ของทักษิณ ชินวัตร เป็นนโยบาย “กาเฟอีน” ปรากฏตามข่าวหนังสือพิมพ์ มติชน ฉบับพฤหัสที่ 3 ก.พ.2548 ดังนี้ …หนังสือพิมพ์ไทม์เอเซีย ได้นำภาพนายกทักษิณลงปก วันที่ 1 ก.พ.ได้ลงเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ตัวนายกไทยในเรื่องต่างๆ ลงท้ายว่า จะกลับมาบริหารอีก ขณะเดียวกันก็ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า นโยบายทักษิโณนิค เป็นเพียงเครื่องกาเฟอีน ที่ทำให้ตาสว่างเพียงชั่วคราว แต่ประชาชนจะมีหนี้สินเพิ่มพูน… คุณทักษิณฯก็สวนเปรี้ยงเข้าให้ ตามนิสัยคนปากไว จน มติชน เก็บมาพาดหัวว่า “แม้ว อ้างไทม์ แมกกาซีน ตามสื่อไทย” ผมเองเห็นว่า คุณทักษิณพูดไม่ผิด เพราะดูจากการเขียนของไทม์ คนที่อยู่ในวงการข่าวด้วยกันก็พอจะทราบได้ว่า หนังสือพิมพ์ต่างด้าวฉบับดังกล่าว ได้รับข้อมูลและแนวคิด จากหนังสือพิมพ์ภาษาฝรั่งในเมืองไทย อย่างไม่ต้องสงสัยเลยแม้แต่น้อย ผมไม่เห็นด้วย ที่นายกฯทักษิณใช้การโต้ตอบแบบรวดเร็ว กับสื่อยักษ์ใหญ่ต่างประเทศอย่างไทม์ แต่อยากจะให้ถอยมา หยุดคิด สักนิดก่อน แล้วค่อยโต้ตอบ เพราะมันเป็นสื่อระดับโลกที่แพร่ไปกว้างขวางมาก ผมจึงเขียนจดหมาย ในฐานะประชาชนคนไทย จวกกลับไทม์แมกกาซีน แถมชอบวิจารณ์แบบ “กดกบาลคนไทย” ซึ่งผมได้ส่งไปให้เจ้าฝรั่งหนังหมูคนเขียน และไทม์แมกกาซีนด้วย แล้วนำมาลงให้แฟนคอลัมน์ได้อ่านกัน เผื่อจะเอาไว้เป็นแนวทางในการโต้กลับสื่อต่างประเทศ ทั้งหากในภายภาคหน้า มีกรณีอย่างนี้อีก ขอให้พวกเราคนไทยที่มีสติปัญญา จงช่วยกันตอกกลับแรงๆบ้าง ไม่อย่างนั้น ไอ้สื่อนอกพวกนี้ ซึ่งก็ชอบดูถูกคนไทย คล้ายราวกับพวกมันเท่านั้น ที่ถูกต้องพวกเดียว และดีวิเศษวิเสโสเสียเหลือเกิน จดหมายของผมมีข้อความดังนี้ Referring to your feature story on Thailand's Prime Minister Thaksin: Perhaps we Thais needed caffeine. Ex-PM Chuan Leekpai from the Democrat Party was like Prozac. During his time Thailand was practically sedated. He and his gang avoided making decisions, lest it would shake the security of their government chairs. Even the then-new young bloods, some Oxford-educated, like Apisit Vejjajiva, proved lackluster; worse, another Chuan. We just might give Thaksin another four years … caffeine and all. Then we'll see whether we’re wide awake, full of energy to keep Thailand going; or if we're simply caffeine-poisoned. But do tell me … if Thaksin is caffeine, then what is Bush? Cyanide? The Americans must bear Bush; the Thais will probably have to tolerate Thaksin. It seems that neither have any choice. Vattavan Supunpaysaj Columnist, Thailand
ผมเขียนไปเพราะความหมั่นไส้ไอ้พวกฝรั่งหนังหมู ไม่ได้คิดว่าจะมีใครสนใจอะไร แต่ผลก็เกินคาด เพราะคุณสมัครซึ่งในตอนนั้น กำลังจัดรายการอยู่กับคุณดุสิต ศิริวรรณ อยู่ที่สถานีวิทยุกองทัพบกช่อง 5 ท่านได้พริ้นท์คอลัมน์ของผม นำไปโชว์ให้แฟนรายการของท่านได้ชม พร้อมกับบอกกับผู้ชมว่า
การเขียนของผมนั้น สั้นกะทัดรัด ได้ใจความ เป็นการตอบโต้แบบชาญฉลาด ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนโยบายประชานิยม ที่ทำให้ชาวบ้านชอบและมีความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะระหว่างที่พรรคประชาธิปัตย์ยุคนายชวน หลีกภัย ได้บริหารบ้านเมืองนั้น ประชาชนมีความรู้สึกมึนซึม เหมือนกินยานอนหลับยี่ห้อ Prozac ของรัฐบาลนายหัวเข้าไปเต็มๆ ยิ่งได้นายอภิสิทธิ์ ก็น่าจะยิ่งห่วยแตกเข้าไปอีก (ตอนนี้พิสูจน์แล้ว) แต่ชาวบ้านมารู้สึกสดชื่นรื่นเริง เมื่อได้กินกาแฟที่มาคาเฟอีนของรัฐบาลคุณทักษิณเข้าไปนั่นเอง คุณสมัครฯบอกกับผู้ชมรายการโทรทัศน์ ว่า ถูกใจจดหมายของผมอย่างแรง ตรงที่ผมย้อนกลับฝรั่งนักวิจารณ์ว่า หากรัฐบาลทักษิณ(และนโยบายประชานิยมของเขา)เปรียบเสมือน(กาแฟที่มี)คาเฟอีน ประชาชนกินแล้วติด หยั่งงั้นรัฐบาลประธานาธิบดี “บุช” ของพวกเอ็ง (ที่ยกกองทัพราวีกับชาติอื่นเขา เอาคนไปตายมากมายนั่นน่ะ) เปรียบเสมือนอะไรสำหรับประชาชนล่ะ ยาพิษ “ไซยาไนด์” ใช่หรือเปล่า !? คุณสมัครฯวิพากษ์วิจารณ์ไป พร้อมกับหัวร่อชอบใจไปด้วย!
เวลาผ่านมานานหลายปี จนคุณสมัครฯก็ได้จากไปสู่สรวงสวรรค์แล้ว แต่ก่อนจากไปนั้น ท่านก็คงได้เห็นประชานิยมสุรุ่ยสุร่ายของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งพยายามจะเลียนแบบคุณทักษิณ แต่ทำอย่างเลื่อนเปื้อนเกินเลย จนคนไทยจะตายเพราะพิษกาแฟอินหรือ caffeine-poisoned กันแล้ว แถมก่อนตายยังเป็นหนี้ล้นพ้นหมดตัว เพราะฝีมือไอ้รัฐบาลโลซกชุดนี้อีกด้วย!
การจากไปของคุณสมัครฯ นำมาซึ่งความเศร้าสลดให้กับคนไทยที่รักท่าน จึงแสดงออกด้วยการแห่แหน ไปร่วมงานศพอย่าง ล้นหลาม สื่อมวลชนเกือบทั้งหมดในประเทศนี้ ก็แซ่ซ้องสดุดี เป็นที่ประจักษ์กับสายตาผู้คนทั้งโลก จนทำให้นักการเมืองและกลุ่มคน ที่สุมหัวรุมกัด และลอบกัดท่านมาหลายๆปี ต้องสะอึกเมื่อเห็น “กระแส” ความรักอาลัยที่คนไทยมีต่อท่าน บางคนหน้าด้าน ถึงกับเข้าร่วมโหนกระแส ในขณะที่หลายคนอิจฉาริษยารุนแรง ถึงกับต้องเอาคนตายมาจิกด่าตามสื่อต่างๆอย่างไม่ลดละ เห็นแล้ว...อดหัวเราะไม่ได้!
อยากจะท้าทาย ให้บรรดานายกฯต่างๆ ทั้งอดีตและในปัจจุบัน ที่ยังหน้าสลอนอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ ลองรีบตาย แล้วให้ญาติพาไปนอนศาลาใกล้ๆ คุณสมัคร...ก็ยิ่งดี!
ดูซิว่าจะได้ “คะแนนความรัก” ถึงครึ่งคุณสมัครไหม!!?
....................
|