หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ปี ‘เสือดุ’ นักการเมือง ‘ไทเกอร์-ผู้หญิง’ ต้องระวัง!!!
หัวข้อ : ปี ‘เสือดุ’ นักการเมือง ‘ไทเกอร์-ผู้หญิง’ ต้องระวัง!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ปี ‘เสือดุ’ นักการเมือง ‘ไทเกอร์-ผู้หญิง’ ต้องระวัง!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        อลัมน์ประจำสัปดาห์ของ “วาทตะวัน” นำเสนอท่านผู้อ่านเป็นวันสุดท้ายของปี พ.ศ.2552 และคงทอดยาวข้ามปีไป จนกระทั่งถึงปลายสัปดาห์แรก ของ ปี พ.ศ.2553
        ตลอดปีฉลู “วาทตะวัน”  ได้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมือง โดยเฉพาะพรรคดักดานมาตลอด นับแต่ขึ้นครองอำนาจ แต่คอลัมน์วันนี้ จะเขียนแบบเบาๆ ไม่เคร่งเครียด เพราะเป็นฉบับวันส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ แต่มีบางเรื่องที่สะกิดใจผม จะกล่าวถึงเสียก่อน หากปล่อยนานไปเดี๋ยวจะลืม
        เรื่องเป็นอย่างนี้ ครับ...

        เมื่อคืนคริสต์มาส ผมไปสนุกสนานกับเพื่อนรุ่นใกล้เคียงกัน มีการตั้งวงสนทนาสัพเพเหระ ตั้งแต่เรื่องนักข่าวรับเงินไปอาบน้ำ(ก็อาบ-อบ-นวดนั่นแหละ!) แต่มีสื่อมวลชนดัดจริต ฟูมฟายลั่นว่า “ผิดจรรยาบรรณ” อย่างโน้นอย่างนี้ 
        ผมก็เลย ออกความเห็นไปว่า 
        เรื่องนี้ไม่เห็นน่าสนใจอะไรเลย เพราะได้ยินคุณพิสิทธิ์
กีรติการกุล
เขาคุยกับผู้ดำเนินรายการ ซึ่งเป็นสาววัยค่อนรุ่ง จากค่ายเนชั่น ชื่อ ‘สุนันทวดี อุทาโย’ ตอนเกิดเรื่องรับเงินไปอาบน้ำใหม่ๆ ว่า
        จะเอามาเป็น “ข่าว” ทำไมกัน? เพราะนายกรัฐมนตรีไปราชการต่างประเทศ นักข่าวที่ตามนายกฯไปทำข่าว พอขึ้นเครื่องก็ได้รับแจกซองสีน้ำตาลกันถ้วนทั่ว 

        ผมฟังแล้วก็หัวเราะอยู่ในใจ และอยากถามสมาคมนักข่าวว่าจริงหรือไม่? เลยอยากถามไปยังสมาคมนักข่าว ซึ่งอุดมไปด้วยจรรยาบรรณ ว่า 
        การที่รัฐบาลแจกเงินใส่ซองสีน้ำตาล แล้วนักข่าวก็รับ (ใครไม่เคยรับ ก็บอกมา) อย่างนี้จะทำให้ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยได้ว่า 
        เป็นการ “รับเงิน” เพื่อแลกกับการรายงานข่าวดีๆ เกี่ยวกับรัฐบาล (อย่างน้อยก็ไม่รายงานเรื่องร้ายๆ ให้รัฐบาลเสื่อมเสีย) หรือเป็นเพียงประเพณี ทำกันมานานในการให้พ๊อกเก็ตมันนี่กับนักข่าว เพื่อเป็นของชำร่วย หรือสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆจากรัฐบาล
        เมื่อนักข่าว ‘รับเงิน’ จากฝ่ายรัฐบาลได้ แล้วทำไมจะรับเงินจากฝากค้านไม่ได้ หรือฝ่ายค้านให้แต่ ‘แบ๊งค์ปลอม’ จะได้ไป
แจ้งความจับกันซะ! 
        อยากพูดกันต่อยาวๆก็ได้ ผมมีเรื่องพูด ได้เยอะเลย!!

        ปีใหม่นี้เป็น “ปีขาล” หรือ “ปีเสือ” ก็มีการทำนายทายทักว่าจะเป็นปีที่ “ดุ” มาก เพราะเสือนั้นเป็นสัตว์ดุร้ายน่าเกรงขาม การย่างเข้าสู่ปีเสือ ผู้คนจึงมีความรู้สึกว่า เป็นการย่างเข้าสู่ความอันตราย
        ก็ว่ากันไป  
        ในวงสนทนาระหว่างผมกับเพื่อนพ้อง ตามที่กล่าวมาข้างต้น มีอีกหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือ เรื่องของ “ไทเกอร์ วู้ดส์” ซึ่งเป็นยอดนักกอล์ฟที่หลายคนชื่นชมเป็นอันมาก แถมยังเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ด้วย

content/picdata/194/data/01.jpg

        พอมีข่าว ไทเกอร์ วู้ดส์ ขับรถชนที่หน้าบ้านตัวเอง ก็ดันมีข่าวติดตามมาคือ เพราะสื่อช่วยกันประโคมว่า 
        เหตุที่ราชานักกอล์ฟ ต้องออกจากบ้านในวันนั้น เพราะทะเลาะกับศรีภริยา ซึ่งเธอจับได้ว่า
        ยอดนักกอล์ฟผู้เป็นสามีแอบไปมีกิ๊กกับสาวๆ ซึ่งไม่ใช่แค่
“กิ๊กเดียว” หรือแอบไปติดพันกับผู้หญิงคนเดียว หากแต่แอบไปมีกิ๊กเกิน 1 โหล คือมีถึง 
       
“14 กิ๊ก!” 
        ผลกระทบจากการมีเรื่องภายในครอบครัวแล้ว ความนิยมของ ‘พญาเสือ’ เลยตกต่ำไปในสหรัฐ จนกระทั่งถูกถอนโฆษณาสินค้าสำคัญไปอย่าง ฮอยเออร์’ (Heuer) นาฬิกาข้อมือแบรนด์ดัง ส่วนที่ยังอยู่ยงคงกระพัน ก็คือ ไนกี้” (Nike) เพราะบริษัทนี้คงคิดว่า ตัวเป็นบริษัทขายเครื่องกีฬา และไทเกอร์ก็ยังเป็นนักกีฬานัมเบอร์วันของโลก ไร้ใครเทียมทาน ก็เลยยังไม่ถอนการโฆษณา
        แปลกแต่จริง ที่คนอเมริกันนั้น แม้ดูจะมีอิสรเสรีในเรื่องเพศ แต่หากเป็นนักการเมือง คนดังที่เป็น “ไอดอล” (Idol) หรือเป็นที่ “เคารพ” หรือ  “บูชา” อยู่ในหัวใจของผู้คนแล้ว อเมริกันชนกลับมีมาตรฐานสูงมากเหลือเชื่อ เช่น 
       
ต้องไม่มีเรื่องอื้อฉาวทางเพศ ก็ขนาดประธานาธิบดีคลินตัน แม้ไม่ได้ถึงขั้นร่วมเพศกับ น.ส.มอนิกา เลวินสกี้ (Monica Lewinsky) เพียงแต่เต็มใจให้เธอทำโอษฐ์กาม เพื่อสำเร็จความใคร่ให้แค่นั้น 
        ก็แทบจะ...เสียผู้เสียคนไปแล้ว! 
        ดังนั้น แม้คุณคลินตันจะเป็นประสพความสำเร็จ ในฐานะเป็นประธานาธิบดีที่มีคุณภาพมากๆคนหนึ่ง ของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา แต่กลับไปได้รับการยกย่อง เคารพนับถือมากเท่าที่ควร ก็เพราะไอ้เรื่องความไม่ยับยั้งชั่งใจ ในเรื่องทางเพศนี่แหละครับ

        สำหรับนักการเมืองไทยแล้ว กรณีอย่างไทเกอร์ วู้ดส์ นั้น คนไทยส่วนใหญ่ คงไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต (จะเป็นเรื่องใหญ่โต ก็นอกจากจะดันไปมีเมียน้อย เป็น ‘เพศชาย’ ด้วยกัน!) เช่น การไปเที่ยวโรงอาบอบนวด ซึ่งก็เปรียบเสมือนซ่องใหญ่โตกลางกรุง ก็เป็นแค่ “นอกใจเมีย” เป็นครั้งคราว แต่ถ้าผู้หญิงไทยทำกลับถูกกล่าวหาว่า มีพฤติกรรม ที่เรียกกันว่า 
        ‘ดอกทอง’ 
        สำหรับเพศชาย สังคมกลับไม่ใช้คำนี้ แต่ผมสนับสนุนให้ใช้คำว่า “ดอกทอง” กับผู้ชาย ที่มีพฤติกรรมแบบนี้บ้าง ก็คงจะดีเหมือนกัน และเคยได้ยินผู้ใช้ถ้อยคำนี้ กับผู้ชาย ‘สำส่อน’ มาบ้างแล้ว
        พฤติกรรม ‘ดอกทอง’ ของผู้ชายเช่นนี้นี้ หากเกิดในเมืองฝรั่งก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่สำหรับเมืองไทยนั้น หากเมียรู้ว่าผัวแอบไปเที่ยวอาบอบนวด พูดง่ายๆคือไปเที่ยวซ่องนั่นแหละ คุณเธอก็อาจ ‘หน้างอ’ ไปสักสองหรือสามวันเท่านั้น ส่วนไอ้ที่จะมีเรื่องจนถึงขั้นบ้านจะแตก ก็คือ
        การไปมีเมียน้อย “เป็นตัว-เป็นตน”  นั่นแหละถึงจะมีเรื่อง
บางครั้งก็ทำให้อายุตัวเอง ‘สั้น’ กว่าที่ควร เพราะยังจำได้แม่นว่า
        เมื่อตอนที่ผมยังเป็นเด็ก มีรัฐมนตรีคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศเรา ไปบ้านเมียน้อย ตอนจะกลับบ้าน ไปหาเมียหลวง เหมือนอย่างที่เคยทำประจำ ขณะกำลังก้มตัวผูกเชือกเชือกรองเท้าหนัง เมียน้อยเดินถือปืนพกสั้นเข้ามาทางด้านหลัง ยกปืนจ่อหัว ลั่นไกเปรี้ยงเข้าให้ รัฐมนตรีลงไปจมกองเลือด 
        ตายคาที่...ไปเลย!

        ฉะนั้น ไม่ว่าเป็นนักการเมือง หรือผู้ชายคอหยักๆทั้งหลาย พอเข้าไปใหม่นี้พึงระมัดระวังเป็นที่ยิ่ง หากภริยาไปทำร้ายเมียน้อยเข้า ท่านก็ยังพอวิ่งเต้นทำให้เรื่องร้ายกลายเป็นเบาบางไปได้ แต่มีผู้หญิงบางคนก็เลือกวิธีรุนแรง แบบเอาเลือดเอาเนื้อ เอาชีวิตกันไปเลย อย่างนี้แก้ไขยาก หรือแก้ไขไม่ได้
        ผู้หญิงบางคน ใช้วิธีการเตือนทั้งสามี และผู้ใกล้ชิดผัวตัวเองให้เกิดอาการ ‘เกรงขาม’  ไว้ล่วงหน้า ด้วยการส่งจดหมายไปเตือนทั้งสามี และผู้หญิงที่จะเป็นเมียน้อยของผัวหล่อนก่อน ซึ่งบางครั้งก็ได้ผลดีทีเดียว
        คำเตือนฉบับที่ผมจำได้แม่น เป็นคำกลอน ที่ไม่รู้ว่าผู้เป็นภริยาส่งไปเตือนสามี หรือส่งให้ผู้หญิงที่ติดพันอยู่กับสามีตัว
        เธอเขียนไว้ อย่างนี้ครับ

        “คนที่กูรักคือ ‘ผัว’ ของกูเอง
        คนที่กูเกรง ‘ผัวกูเอง’ ไม่ใช่ใคร
        แต่วันไหนกูรู้ว่าผัวกู ‘นอกใจ’
 
        วันนั้น...ขออภัย...มันไม่ตาย...ไม่ใช่กู!!”

        ฟังแล้ว ก็ดู ‘สยดสยอง’ อยู่พอสมควร!!!...555

        ผู้ชายบางประเทศ นิยมมีภริยาน้อย โดยเฉพาะพวกที่มีเงินหรือมีอำนาจ ผู้ชายชาวจีนที่ร่ำรวย ก็เหมือนกับมนุษย์เพศชายทั่วไป เขานิยมมีเมียน้อยเป็นเครื่องประดับบารมี เป็นเครื่องประเทืองจิตใจตัวเอง 
        แต่ทำร้ายจิตใจเมียหลวง!
        เมื่อชายจีนที่ประสพความสำเร็จในชีวิต ร่ำรวยมั่งคั่งจากการค้า ก็นิยมหาความสำราญ ด้วยการมีสาวสวยๆ เอาไว้ประดับบารมีเศรษฐี เมื่อชอบใจคนไหนมากเข้า ก็เลี้ยงเอาไว้เป็นเมียน้อย เมืองที่ชายจีนชอบเอาเมียน้อยไปซุกไว้ ก็คือเมืองในเขตเศรษฐกิจพิเศษ คือ 
        “เซินเจิ้น”

content/picdata/194/data/02.jpg

        เมืองนี้มีความเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก ผมเองก็ไปมาหลายครั้ง ตั้งแต่จีนเปิดประเทศใหม่ๆ เพราะความเป็นเมืองที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ปัจจุบันการคมนาคมก็สะดวก ออกไปฮ่องกงก็ง่าย เพราะใช้ทางรถไฟไปมาได้รวดเร็ว อีกทั้งอากาศในเมืองนี้ก็สบายๆ ไม่ร้อนไม่หนาวมากเกินไป แถมยังมีลมทะเลพัดพอให้ชื่นใจ มีอพาร์ทเมนท์ทันสมัยใหม่ๆสวยๆ ให้เลือกจำนวนมาก อาหารการกินก็อร่อย โดยเฉพาะอาหารทะเล มีของสดๆมากมายมาจากแหล่งต่างๆของโลก เพราะเป็นเมืองท่าที่สำคัญด้วย
        ดังนั้น เมืองนี้จึงเหมาะสำหรับเอาเมียน้อยเด็กๆสวยๆ ไป
ซุกซ่อนไว้ได้อย่างดี เป็นที่นิยมของบรรดาอาเฮีย เถ้าแก่ ผู้ร่ำรวยชาวจีน จนเป็นที่เลื่องลือกัน 
        ในที่สุด เมืองเซินเจิ้นก็ได้รับฉายาว่า “เมืองเมียน้อย”  ของสาธารณรัฐประชาชนจีน
   
        สำหรับประเทศไทยของเรานั้น แม้ยังไม่มีเมืองไหนถูกขนานนามว่า เป็นเมืองเมียน้อยอย่างเซินเจิ้น แต่หากท่านลองมองลึกลงไปในกลุ่มของผู้มีอาชีพ หรือผู้ที่ประกอบกิจการบางอย่างแล้ว ผมกลับมีความคิดว่า 
        กรุงเทพของเรานี่แหละครับ ที่คนประเภทหนึ่ง เลือกเอาเป็น “เมืองเมียน้อย” สำหรับพวกเขา
        พูดอย่างนี้สุภาพสตรีคงอุทานว่า
       
อุ๊ยตาย อีตาบ้า ทำไมมาว่ากรุงเทพของฉัน เป็น ‘เมืองเมียน้อย’ จ๊ะ!?”
        ตรงนี้ ก็ต้องขอเฉลยว่า คนจำพวกที่ผมว่าก็คือ
        บรรดาสมาชิกรัฐสภาไทย ที่ได้รับเลือกตั้งมาจากบรรดาหัวเมืองต่างๆนั่นเอง!
        ใครก็ตาม ที่เคยเป็นตำรวจสันติบาลที่เคยสัมผัสกับนักการเมือง จะรู้ดีว่า กรุงเทพเป็นเมืองที่บรรดาสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกือกทั้งหลาย เขานิยมเอาเมียน้อย มาซุกซ่อนกัน ซึ่งส่วนมากจะเอาไปซุกไว้ตามคอนโดมิเนียม ที่อยู่ในรัศมีไม่เกินสัก ๒-๓ กิโลเมตรจากที่ทำงานคือ ‘รัฐสภา’ อันเป็นที่ทำงานของพวกเขา
        รับรองว่า เรื่องนี้จริงแท้แน่นอน ไม่ได้ยกเมฆ เพราะที่เห็นและรู้จักตัวด้วย ก็มีหลายคน!
        ไม่อยากบอกชื่อคอนโดฯเดี๋ยวท่านผู้อ่านที่เป็นชาย จะแอบเอาอีหนูไปซุกไว้ เป็นการ ‘เลียนแบบ’ อย่างนักการเมืองเหล่านี้เข้าบ้าง
       
        การที่นักการเมืองบ้านเรา นิยมนำเมียน้อยไปซุกไว้ตามคอนโดฯ โดยไม่ลงทุนเช่าบ้านหรือซื้อบ้าน นอกจากพวกมีฐานะดีมากๆ ก็ลงทุนซื้อบ้านจัดสรรให้เมียน้อยคนโปรด แต่พวกหลังนี่มีความเสี่ยงมากพอควร ทั้งนี้ ก็เพราะว่า 
        การอยู่คอนโดฯนั้น สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็วกว่าการอยู่บ้านเช่า แถมระบบการป้องกันของคอนโดฯยังคอยช่วยการเตือนภัย ดีกว่าที่จะไปลงหลักปักถ่อ หรือสร้างบ้านเป็นการถาวร เพราะเวลามีเรื่องมีราว 
        จะทำให้หลบหนี ภัยจากเมียหลวงได้ยาก!       
        ในกรณีที่ข่าวแว่วเข้าหูเมียหลวง ก็เอาเมียน้อยไปแปะเอาไว้ที่โรงแรมแถว ซอยอารีสัมพันธ์ ซึ่งเป็นที่พักประจำของบรรดาเหล่า ส.ส.และ ส.ว. เป็นจำนวนไม่น้อย ก่อนจะโยกย้ายเอาไปซุกไว้ที่คอนโดฯอื่นๆ ซึ่งสามารถทำได้รวดเร็วกว่าการให้เมียน้อยไปอยู่บ้าน เพราะเป็นหลักแหล่ง ทำให้คุณนายบ้านใหญ่สามารถติดตามตัวได้ง่ายดายนั่นเอง       
        อย่างไรก็ตาม มีบางกรณีที่เมียหลวงยังไม่ทันจับได้ว่าไปมีเมียน้อย ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ เมื่อ ๓-๔ ปี มานี้ สมาชิกรัฐสภาบางนาย เมียหลวงยังไม่ทันจับได้ว่ามีเมียน้อย ตัวเองก็มีอันพลัดตกคอนโดฯตายเสียก่อน 
       
ซวยยยยยยยยยย...ไป!
        ที่ว่าซวยก็เพราะว่า ภริยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเลยได้รับรู้ว่า ผัวตัวเองนั้น เมื่อเข้ากรุงเทพ นอกจากไปทำหน้าที่ ‘ฝักถั่ว’ ในสภาแล้ว... 
        ยังดันขยันไป ‘รับจ๊อบพิเศษ’  โดยทำหน้าที่เป็นสามีของผู้หญิงคนอื่น อีกต่างหากด้วย!

        ขอแนะนำให้บรรดา ส.ว.หญิง และ ส.ส.หญิง ทั้งที่หมดสภาพความเป็นสมาชิกรัฐสภาไปแล้ว รวมทั้งที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาใหม่ โดยเฉพาะบรรดาคุณเธอที่ชอบออกมาเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิสตรีทั้งหลายกันนัก จงช่วยกันร่วมมือตั้งเวปไซด์ขึ้นมา เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร และให้ประชาชน ช่วยกันแจ้งพฤติกรรมของ ส.ส.และ ส.ว. เพศผู้ทั้งหลาย 
        ตัวไหนแอบมีอีหนูหรือเมียน้อย ไปซ่อนไว้ที่ไหนกันบ้าง!?
        ทั้งนี้ ก็เพื่อให้บรรดาเพื่อน ส.ส. และ ส.ว.สตรีทั้งหลาย จะได้ช่วยกันแจ้งให้บรรดาภริยา ของเพื่อนร่วมสภาท่าน ทราบถึงความประพฤติ ‘นอกใจ’ ของสามีพวกเธอ อันเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม และยังเป็นการทำความดี ต่อคู่ครองของเพื่อนร่วมสภาของท่านด้วย 
        ทั้งยังเป็นการ ‘กำจัด’ ต้นเหตุสำคัญของการคอรัปชั่น อันเป็นภัยหลักของชาติ นั่นคือ
        การมีเมียน้อย ของบรรดานักการเมือง นั่นเอง!
       
        เรื่องเมียน้อยนั้น หากใครว่าเป็นเรื่องไม่ใหญ่ แต่อยากจะเล่าเรื่องแปลกๆในเมืองสาระขันให้ฟัง มันช่างพิสดารและไม่ซ้ำกับบ้านเมืองอื่นเขาด้วย 
        กล่าวคือ
        ผู้หญิงที่เคยเป็นเมียน้อยนายตำรวจ ซึ่งผัวเจ้าหล่อนตายไป แต่โชคชะตาฟ้าลิขิต ให้เธอไปดำรงตำแหน่งเดิม คือเป็นเมียน้อยของนายกรัฐมนตรีสูงวัย เป็นที่หลงใหลได้ปลื้มของผู้เฒ่า จนเมียหลวงแทบจะเสียสติ 
        พอนายกฯชราผู้ชอบกินขนมจีนไหหลำ โดนทหารเอาปืนจี้ออกจากตำแหน่ง เสียงซุบซิบดังขึ้น ว่าหล่อนไปมีความสัมพันธ์ลับๆ กับนายกฯคนใหม่ ที่ฝ่ายทหารตั้งขึ้น ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในวงสังคมว่าชายประเภท.... 
        “สะดือ...ด่วน!” 
        จนกระทั่งผู้คนเขาลือกันว่า ทั้งคู่แอบเข้าไปมี “กิจกรรมเข้าจังหวะ” กันในทำเนียบที่ทำการ แบบไม่อายฟ้าดิน โดยมีอดีตนายกฯชรา นั่งซุ่มคอยอยู่ในรถด้านนอก ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด ร้าวราญยิ่ง...
        ...อย่างนี้ก็มี!

        สำหรับผู้ที่อยากเป็นนักการเมืองกับเขาบ้าง หากเป็นพวกที่ความต้องการทางเพศสูง ขอแนะนำให้ไปเข้าพรรคการเมือง
สวิงกิ้ง ประเภท ‘แลกผัว-แลกเมีย’  หรือมีความสำส่อนทางเพศ เช่น
        สมาชิกพรรคคนนั้น แอบไปมีความสัมพันธ์กับเมียสมาชิกพรรคคนนี้ หรือประเภทหัวหน้าพรรคถูกแหกตา โดนลูกพรรคเชียร์ให้ไปมีความสัมพันธ์กับเมียของชาวบ้าน จนผัวเขาจะร้องเรียน และอาจทำให้พรรคได้รับความเสียหาย จนทำให้บรรดาสมาชิกพรรคที่ชอบเรื่องลามกจกเปรต ต้องรีบแก้ปัญหาด้วยการ ‘ลงขัน’ กัน และนำเงินไปจ่ายชดเชยให้ผัวผู้หญิง จึงหมดเรื่อง 
        จนมีลูกมีเต้าด้วยกัน กับท่านหัวหน้า! 
        พรรคที่นิยมเรื่องคาวๆแบบนี้ ไม่รู้ว่าเมืองสาระขันที่ว่า จะมีกับเขาบ้างหรือเปล่า? 
        อยากจะรู้เหมือนกัน 
        ใครอยากเป็นนักการเมืองสำส่อน ก็ต้องไปค้นคว้าหาพรรคแบบที่ว่ากันเอาเอง ไม่อยากแนะนำหรอก เพราะ...
        ...กลัวซวย!...555

        ปีใหม่นี้ ดูท่าจะเป็นปีที่ค่อนข้างดุ เพราะเป็น “ปีขาล” หรือ
“ปีเสือ” อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้น นักการเมืองทั้งหลายจึงต้องระวังให้จงหนัก โดยเฉพาะพวกพวกที่เข้ามาในวงการ แล้วทำตัวที่เป็น
‘ไทเกอร์-ผู้หญิง’ ผมไม่ได้หมายความถึง ‘เสือตัวเมีย’ แต่หมายถึง ‘เสือผู้หญิง’ เพราะปีนี้เป็นปีแรง อาจประสพเคราะห์กรรมได้โดยง่าย ตามที่เขาทำนายทายทักกัน 
  
        ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย จะเว้นไปสักปี รอให้ถึงปีเถาะ หรือปีกระต่าย ที่ ‘ตัวผู้’ นั้น มีชื่อในเรื่องสืบพันธ์ไว ทั้งขมีขมันและขยันยิ่งในการร่วมเพศ จนกลายเป็นเครื่องหมายของนิตยสาร
Playboy ที่เลื่องลือระบือไปทั้งโลก!
 
        แล้วค่อยเริ่ม ‘ดอกทอง’ ใหม่กันอีกที จะดีไหม!!?

        Happy New Year ครับ!!!
        วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

***************


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ป.ป.ช.โลซก! (ไม่มีปัญญาจัดการ กะอีแค่ ‘คดีดินสอหนีบตูด’!!)
“ซุปเปอร์...จังไร!”
คดีก่อการร้ายในประเทศไทย ถึงทางแยกแล้ว!!!
“สวนโมกข์ฯ แฟรนไชส์”
“คนไทย ‘เงี่ยน’ สงคราม!!!”
ป.ป.ช.โลซก! (ไม่มีปัญญาจัดการ กะอีแค่ ‘คดีดินสอหนีบตูด’!!)
“ซุปเปอร์...จังไร!”
คดีก่อการร้ายในประเทศไทย ถึงทางแยกแล้ว!!!
“สวนโมกข์ฯ แฟรนไชส์”
“คนไทย ‘เงี่ยน’ สงคราม!!!”
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
สุดยอดครับ

โดยคุณ tax_ts66thaimail.com 117.47.178.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
นักการเมืองพรรคไหน ที่ชอบแต่ของมือสอง กว่าครึ่งของผู้บริหารพรรค รับของเก่าทั้งนั้น

โดยคุณ ไต 110.164.81.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ได้อ่านบทความ ปีเสือดุ ของวาทตะวันแล้วชอบมากเขียนได้สะใจ มากๆ น่าจะเข้าไปเป็น ส.ส.ในสภาฯสมัยหน้าได้ รับรองว่ามันแน่นอน

โดยคุณ psangrueng@.gmail.com 203.185.150.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
นายกชอบกินขนมจีนไหหลำ ช.?? นายกทหารตั้ง อ.?? หัวหน้าพรรค รู้กันอยู่แล้วใช่ไหม พรรคที่ชอบแลกคู่ ก็รู้กันอยู่แล้วอีกนั่นแหละ

โดยคุณ ngong@yadoo.com 110.164.131.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
เพราะรัฐบาลโลซกของประเทศไทย มันดันทะลึ่งไปทะเลาะเบาะแว้ง กับประเทศเพื่อนบ้านเขาไปทั่ว ..
เพราะสิ่งที่ไอ้พวกเวรพันธมาร มันลักเอาไปนั้น เป็น “คลังข้อมูล” บรรจุความลับระดับสูงสุดของชาติเรา ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER