สามีในอุดมคติของคุณ...มีคุณสมบัติอย่างนี้!?
วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
เช้าวันนี้ ไม่ได้ใส่เสื้อสีชมพูด แต่สวมเสื้อแดงไปศาลเจ้าพ่อเสือ เพื่อไปไหว้เจ้าอย่างที่ได้เคยปฏิบัติมาเนื่องในโอกาสตรุษจีน แต่เข้าไม่ได้เพราะติดขบวนเสด็จ จึงเลยไปวัดเล่งเน่ยยี่แทน แล้วไปหาแปะก๊วยรังนกร้อนๆทานหนึ่งถ้วยในร้านประจำ ซึ่งดูเหมือนรสชาติจะไม่ค่อยถูกใจเหมือนเดิม หรืออาจเป็นเพราะตัวเองห่างจากของหวานไปนาน เนื่องจากอายุสูงขึ้น ไม่ได้เป็นเบาหวานอะไรกับเขา แต่ถึงแม้น้ำตาลยังไม่เกิดหลักร้อย ก็ไม่ประมาทเหมือนกัน

ตกเย็นเห็นสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ เสด็จไปเปิดงานตรุษจีนเยาวราช ทรงสวมเสื้อของร้าน ‘ภูฟ้า’ สีแดง ปักรูปเสือจับค้างคาว ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จนั้น ล้วนแต่สวมเสื้อสีแดงอันเป็นสีมงคลของวันตรุษจีน อันเป็นประเพณีที่มีมาช้านาน...นับเป็นพันปี! ไอ้ที่ร้ายและคิดไม่ถึงก็คือ ผู้ที่ใส่สี ‘ชมพู’ ในวันตรุษจีนนั้น ถูกซินแสทำนายทายทักว่า แม้จะเป็นผู้มั่งคั่งแต่ในปีเสือนี้ ความมั่งคั่งจะลดน้อยถอยลง เหมือนสีชมพูดที่จางจืดลงจากสีแดง ส่วนผู้ที่ทำการค้ายังไม่มั่นคงพอ ไปใส่สีชมพูในวันตรุษแทนสีแดง เผลอๆเซ็งลี้ไม่ฮ้อแล้ว ยังจะพังพินาศไปด้วย... นี่เขาว่ากันอย่างนี้! คนที่ใส่เสื้อสีชมพูในวันนั้น พอโดนทักเข้าอย่างนี้ เล่นเอาหายใจไม่ทั่วท้องเลยทีเดียวเชียว!! กระแสสีชมพู เลยจุดไม่ติดวันตรุษจีน!!! วันตรุษจีนนี้มาตรงกับวันวาเลนไทน์ เลยพลอยทำให้ดอกกุหลาบขายไม่ดี เพราะคนเอาเงินไปจับจ่ายเรื่องวันตรุษเสียหมด แถมยังมีซองแดง หรือ “อั่งเปา” ที่มีดอกกุหลาบแดงหน้าซองออกมาขายอีก คนที่มีตังค์เลยเอาทองสลึงสองสลึง ใส่ซองไปให้สาว ดูแล้วเป็นความคิดที่เข้าท่า ดีกว่าไปซื้อดอกไม้นำเข้า ที่ช่อละหลายพันบาทแทน เข้าใจว่าฝ่ายสาวที่ได้รับ คงจะพอใจมากกว่าด้วยซ้ำไป วาเลนไทน์ปีนี้มีข่าวน่ารักๆ อย่างความรักอมตะของคุณตาอายุ ๘๕ เดิมขายกล้วยปิ้งอยู่กับภริยา พอคุณยายเป็นอัมพาต คุณตาก็ไม่ยอมทิ้ง เอาคุณยายาใส่รถเข็นไปขายกล้วยที่ตลาดเจ้าพรหมด้วยกันทุกวัน พอคุณยายล่วงลับไป คุณตาก็ยังนำรถเข็นของผู้เป็นภริยา ซึ่งไม่มีเจ้าของนั่งแล้ว ไปด้วยกันทุกวัน เสมือนคุณยายยังคงไปกับคุณตาตอนยังมีชีวิตอยู่ทุกวัน ยังไงยังงั้นทีเดียว ที่น่ารักขึ้นไปอีก คือ คุณตาให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมายาวนานกว่า ๖๐ ปี ไม่เคยทะเลาะ กับคุณยายเลย! คุณตาเล่าต่อให้ฟังว่า อยู่กับผู้เป็นภริยามาหลายปี จนคุณตาเป็นหนุ่มใหญ่อายุกว่า ๓๕ ปีแล้ว ยังไม่มีลูกด้วยกัน คุณยายก็ใจป้ำ บอกว่าให้คุณตาไปหาเมียใหม่ได้ เผื่อจะมีลูกเพื่อเลี้ยงยามแก่เฒ่า แต่คุณตาพูดน่าเอ็นดูว่า ไม่มีลูกก็ไม่เป็นไร เพราะมียายเป็นเมียแล้ว ถือว่าดีที่สุดในชีวิตแล้ว ถึงจะไม่มีลูก...ก็ไม่เป็นไร! คุณตาท่านนี้นั้น นับว่าเป็นสามีที่ประเสริฐนัก!!
อ่านข่าวของคุณตาซึ่งเป็นสามีที่ดี หรือสามีตัวอย่างทำให้คนใกล้วัดอย่างผม ต้องกลับไปดูหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ในเรื่องนี้ก็เหมือนกัน เพราะพระพุทธองค์จะทรงตรัสไว้เกือบจะสองพันหกร้อยปีแล้ว ผมยังเห็นว่ายังคง ความทันสมัยอยู่ และเป็น “อกาลิโก” คือ พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ไม่จำกัดด้วยกาล ให้ผลกับผู้ปฏิบัติตามทุ เวลา ไม่เหมือนผลไม้ที่สุกตามฤดูกาล ธรรมะของพระสมณโคดม คงความสดใหม่เสมอ ใช้ได้ไปจนถึง กาลเวลาที่โลกนี้แตกดับไป พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงประทาน สั่งสอนคฤหัสถ์ฝ่ายชายถึงหน้าที่ของ สามีที่ดีว่า มีอยู่ด้วยกัน ๕ ประการ คำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ในเรื่องคุณสมบัติสามีที่ดี ๕ ประการ นั้นได้แก่ ๑. ยกย่องว่าเป็นภริยา อันนี้สำคัญมาก หากฝ่ายชายได้เสียเป็นเมียผัวมีลูกด้วยกันแล้ว ต้องยกย่องให้ฝ่ายหญิงให้เป็นภริยา จดทะเบียนหรือไม่ไม่สำคัญ ขอให้ยกย่องให้เกียรติภริยา ของตนไว้ให้มั่นคง แต่หากฝ่ายหญิงเป็น ภริยาน้อย หรือ ภริยาลับ จะควรยกย่องออกหน้าออกตาหรือไม่นั้น เรื่องนี้พระพุทธองค์ไม่ได้ตรัสสอนไว้ หรือถ้าไม่อาจยกย่องออกหน้าออกตาได้ ก็เป็นเหตุผล ที่น่าเห็นใจ เพราะบางกรณีหากขืนทำเช่นนั้น ชีวิตของคนที่ยกย่องนั้นอาจไม่ปลอดภัย รวมทั้ง ฝ่ายหญิง ผู้เป็น ภริยาซ้อน ที่อยากจะให้ยกย่องนั้นด้วย! หลายรายมีภริยาหลายคนยกย่องไม่ทั่วถึง ฝ่ายที่ถูกยกย่องน้อยไปหน่อย อาจออก อาการอารมณ์เสีย บุกไปหาสามีผู้เป็นรัฐมนตรีที่กระทรวงอย่างนี้ก็เคยมี เป็นเหตุให้ตัวท่านเสนาบดีใหญ่ ต้องวิ่งเปิดตูดหนีแจ้นไปไกล ไม่กล้าเข้าที่ทำงานที่กระทรวงหลายวันเอาเลย ราชการงานเมือง ไม่ต้องทำกัน วันๆ เอาแต่วิ่งหลบเมียน้อยเมียหลวง หนังสือพิมพ์ลงเป็นข่าวใหญ่โต จึงทำให้ผู้คน ในบ้านในเมืองขำกันทั้งประเทศปนสมเพชเวทนา ว่า บ้านเมืองของเรานี่ ช่างมีเคราะห์กรรมเสียจริงหนอ ที่ดันมาได้คน'มีเมียเป็นฝูง' มาเป็นรัฐมนตรี ราชการงานเมืองเลยพลอยเสียหายไปด้วย! ๒. ไม่ดูหมิ่น อันนี้สำคัญมากเพราะเป็นการรักษาน้ำใจภริยาไว้ เวลาทะเลาะกันก็ยก คำพูดแสลงใจขึ้นมาให้เหตุใหญ่โตอีก เช่นด่าภริยาว่า “เธอน่ะ... มันช่างโง่เหมือนควาย !” หรือพูดจาถึงชาติตระกูลของ ภริยาเช่น “รู้ตัวซะบ้าง.... เธอน่ะก็แค่อีลูกแม่ค้าส้มตำ.... หากฉันไม่ได้ทำเธอท้องก่อน ก็ไม่มี วันเอาเธอมาเป็นเมีย จำใส่กระโหลกเอาไว้ด้วย ! ” หรือภริยาอุตส่าห็ไปลดความอ้วน เข้าหลักสูตรฟิตเนสที่แสนจะแพง ต้องหอบหิ้ว สังขารไปทนทรมานเสียเหงื่อออกกำลัง ทนทำมาเป็นเดือน จะให้ชมว่าสวยขึ้น ผอมลงสักหน่อยรึ ก็ไม่มี แต่ฝ่ายสามีกลับดันพูดออกมาได้ว่า “เธอไปเข้าหลักสูตรฮิปโปตัวเมียมาหรือไง ถึงได้อ้วนเผละหนักเข้าไปอีก! ” ท่านผู้อ่านที่เคารพกรุณาอย่าคิดว่าคนเขียนพูดเล่น ผัวอย่างนี้มีจริง ๆนะครับ ! ในชีวิตผมเห็นเรื่องแบบนี้มานักต่อนัก ขึ้นโรงพักก็หลายคู่ เพราะนอกจากจะไม่ให้กำลังใจกันแล้ว ยังมาดูหมิ่นให้เสียน้ำใจกันอีกด้วย มีผัวปากเสีย ชอบดูหมิ่นอย่างนี้ ต้องเอาไม้หน้าสามแพ่นกระบาลหัวเข้าให้บ้าง ถึงจะได้รู้สึก! ๓. ไม่นอกใจ อันนี้ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ขีดเส้นใต้คำว่า "ไม่นอกใจ" ได้เลย! ๔. มอบความเป็นใหญ่ในบ้านให้ หมายความว่า กิจการงานบ้านทั้งหลายทั้งปวง มอบให้ภริยาผู้เป็นแม่ศรีเรือน เป็นใหญ่ในบ้านแต่เพียงผู้เดียว ไม่ต้องเอาคนอื่นมาเกี่ยวข้อง มาเป็น ผู้ช่วยแม่บ้าน เดี๋ยวได้กลายเป็น... เมียคุณผู้ชายเข้าอีกคน! ท่านต้องให้ภริยาเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาดแต่ผู้เดียว สำหรับการจัดการงานบ้าน ในการดูแล ข้าทาส บริวาร ช้างม้า (ในสมัยพระพุทธกาล) ทำอะไรเกี่ยวกับกิจการงานในบ้าน จงหารือกับภริยาทุกครั้งไป อย่าทำอะไรไปโดยไม่บอกกล่าวภริยาก่อน ๕.จัดหาเครื่องประดับให้ ข้อนี้พระพุทธองค์ตรัสไว้สำคัญ และเป็นที่ถูกอกถูกใจ ของคุณสุภาพสตรีทั้งหลายอย่างยิ่ง เพราะสมัยพระพุทธองค์ในชมพูทวีปนั้น สามีเป็นผู้หาเลี้ยง ผัวแขกบางคนขี้เหนียว ภริยาจะขอเงินไปซื้อเครื่องถนิมพิมพาภรณ์อะไรบ้างก็ไม่ให้ บอกว่า “เปลือง!” จึงทรงสั่งสอนสามีทั้งหลายไม่ตระหนี่ต่อภริยา ต้องให้คู่ครองของตัวเองสวยสดงดงามทุกเวลานาทีจึงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แล้วสามีในอุดมคติที่ว่าดีนั้น เป็นอย่างไรกันล่ะ? สามีที่ดีของคนต่างชาติต่างเผ่าพันธุ์คงจะไม่เหมือนกัน เช่นชาวเขาบาง เผ่าในบ้าน เรา ผู้หญิงเป็นฝ่ายทำงานหนักกว่าฝ่ายชายมาก เพราะฉะนั้น เรื่องที่จะหาฝ่ายชายที่ขยันขันแข็งใน การทำมาหากินคงจะไม่จำเป็น เพราะฝ่ายหญิงที่จะต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงดูผู้ชายอยู่แล้ว อย่าว่าแต่ชาวเขาเลย คนในหมู่บ้านบางแห่งบางภาคของประเทศเรา ฝ่ายหญิงทำ งานเข้มแข็ง เก่งกว่าฝ่าย ชายมาก เพราะตื่นขึ้นแต่เช้ามืดเข้าสวนไปกรีดยาง เสร็จแล้วรีบกลับมาจัด สำรับคับค้อนหาของให้ลูกกิน เอาลูกไปส่งโรงเรียน กลับบ้านง่วนอยู่กับงานบ้าน หน้าดำทั้งวัน! ส่วนฝ่ายชายสามีตื่นขึ้นก็ไปสังสรรค์กินกาแฟตอนเช้า คุยเรื่องการบ้านการเมือง สัพเพเหระกับเพื่อนฝูงจนสาย ๆ ค่อย ๆ เดินเอ้อระเหยกลับบ้าน พอมาถึงบ้านเดินผ่านกรงนก ก็ร้อง “จู้ฮุกกรูๆ!” ทักทาย นกเขา ที่เลี้ยงไว้ เพื่อให้นก เขาขันจะได้ฟังเสียง ถ้าหากนกเขามีสุขภาพดี ขันเสียงเพราะ และขันได้ต่อเนื่องยาว นานก็จะดีเอง งานการไม่ต้องทำ เพราะเมียทำให้หมด สำคัญต้องเลี้ยงนกเขาให้ดี หากนกร้องเสียง เพราะพอ ถึงตอนขายก็จะมีราคา มาก ถ้านกเขาเป็นอะไรไปก็จะลำบาก โอกาสดีก็จะเสียไป รวมทั้งภริยา...อาจทิ้งไปด้วย ! พูดถึงเรื่องสามีในอุดมคติแล้ว ผมชอบใจมาตรฐานที่ผู้หญิงจีนชาวเซี่ยงไฮ้ ที่ตั้งเอา ไว้ในการพิจารณาคัดเลือก ผู้ชายที่จะมา เป็นสามี พวกเธอตั้งคุณสมบัติสำคัญ สำหรับชายชาว เซี่ยงไฮ้ที่ จะมาเป็นสามี ซึ่งเขา เรียกว่า "Shanghai Husband " มาตรฐานที่บรรดาสาวสวมกี่เพ้าเมืองนี้ ตั้งเอาไว้สำหรับผู้ที่จะมาเป็นคู่ครองใน อนาคต อธิบายได้ดังนี้

สามีอันเป็นยอดปรารถนาของสตรีชาวเซี่ยงไฮ้ จะต้องมีคุณสมบัติสำคัญของ สัตว์ ๕ ชนิด ไว้ในตัวของชายคนนั้น คุณสมบัติที่ว่านั้น ได้แก่ ๑. ต้องมีคุณสมบัติของ ‘วัว’ (ควาย) ที่อดทน สู้งานในการทำมาหากิน ไม่ปริปากบ่น ในการทำงานหาเลี้ยงภริยา ลำบากแค่ไหนก็สู้ได้อย่างทรหดอดทน ไม่เคยท้อถอย อีกทั้งใจไม่เสาะ ยอมยกธงขาวยอมแพ้ต่ออุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง ๒. ต้องมีคุณสมบัติของ ‘หมา’ คือหมานั้นไม่มีใครปฏิเสธว่า เป็นสัตว์ยอดกตัญญูซื่อ สัตย์จงรักภักดีต่อเจ้าของ ชายที่มีคุณสมบัติประเภทนี้นั้น จะต้องซื่อสัตย์จงรักภริยาอย่างจริงใจ มีเพศสัมพันธ์กับภริยาคนเดียว ไม่ใช่หาย แว้บไปอาบ อบ นวด ไม่หลบเข้าโรงแรมม่านรูด หาเศษหาเลยซื้อบริการทางเพศกับผู้หญิงอื่น ไม่หลง ไปมีเมียน้อย ทิ้งให้เมียต้องลำบากยากยุ่ง ซื่อสัตย์ต่อเมียเหมือนหมาซื่อสัตย์ต่อนาย หาเงินมาได้เท่า ไหร่ ต้องนำเงินกลับมาประเคนให้เมียทุกบาททุกสตางค์ ตัวเองอยากใช้อะไร พิเศษก็แบมือขอเอา ไม่เคยทำหน้าเง้าหน้างอ เวลาเจ้านายอารมณ์ไม่ดีเตะถีบ ทุบ ถอง เอาไม้ตีเข้า ให้บ้างก็ไม่โกรธ ไม่เคย แว้งกัด มีแต่คอยกระดิกหางรับ ประจบประแจงตลอดเวลา เหมือนกัน...ถ้าท่านอยากเป็นสามีในอุดมคติแบบสามีเซี่ยงไฮ้ หากเมียอารมณ์ขุ่น มัว ลงมือลงไม้เอากับท่านบ้าง หรือโมโหเอาเตารีดฟาดหัวกบาลเข้าให้ ก็ต้องไม่โกรธ ยิ้มรับ ได้เสมอ จงเป็นเหมือนหมาที่ไม่เคยโกรธ จ้าของ แม้แต่ยามเธออารมณ์บูดหรือร้ายกาจเพียงไร ก็ยังรักและซื่อ สัตย์ต่อเธอคนเดียวเสมอ ไม่มีวันเสื่อมคลาย ต้องเป็นให้ได้ขนาดนี้เลยทีเดียว ๓. ต้องมีคุณสมบัติของ ‘หมู’ คือกินง่าย กินทุกอย่างไม่เลือก เมียจะทำอะไรให้ หรือหา อะไรให้ก็ต้องกิน กินได้กินดีไม่มีบ่น เหมือนหมูกินรำ กินหยวก กากอาหาร กินของที่คนอื่นขับถ่าย อะไรต่อมิอะไรก็กินได้ทั้งนั้น สามีที่ดีนั้นเมียทำอะไรมาให้กินต้องกินหมด อร่อยหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าอร่อย เสมอ ไม่มีร้องแรกแหกกระเชอ ทำงอน ทิ้งชามข้าวออกไปหากินข้างนอก อย่างนั้นไม่ได้โดย เด็ดขาด! ๔. ต้องมีความเป็น ‘แกะ’ อยู่ในตัว เพราะแกะนั้นเนื้อตัวมีขนนิ่ม นุ่มนวล น่าลูบไล้ นั่นหมายความว่า สามีที่ดีต้องมีความนุ่มนวล รู้จักความอ่อนหวาน รู้จักพูดจามีจ๊ะ มีจ๋า เอาใจเมีย ให้นุ่มหูเธอเข้าไว้ รวมทั้งต้องมีกริยาอ่อนละมุน สุภาพ ทำตัวน่ารัก ให้เมียลูบหัวลูบหูได้ เหมือน กับเจ้าของลูบขนแกะอย่างไรอย่างนั้นเลย ๕. สุดท้ายคือต้องมีคุณสมบัติของ ‘ลิง’ ที่มีความคล่องแคล่ว ว่องไว สนุกสนาน ร่าเริง พูดจากตลกโปกฮา อารมณ์ครื้นเครง สามารถทำให้ภริยาหัวเราะ ขำสดชื่นยิ้มได้ทั้งวัน คุณผู้หญิงที่อ่านคอลัมน์นี้ ลองคิดกันเล่นๆว่า อยากให้สามีในอุดมคติของคุณ มีคุณสมบัติอย่างนี้หรือเปล่า? แล้วลองเขียนมา เล่าสู่กันฟังบ้างก็จะดี ผมคุยกับเพื่อนๆเรื่องสามีในอุดมคติ ของสตรีชาวเซี่ยงไฮ้แล้ว ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนาๆ ม เพื่อนคนหนึ่ง พูดออกมาด้วยเสียงเรียบๆว่า “กูมีคุณสมบัติสามีที่ดี ของผู้หญิงเซี่ยงไฮ้ ตามที่เอ็งว่า เกือบครบ...” หยุดสูดหายใจนิด ก่อนพึมพำออกมาเบาๆว่า
“...ยกเว้นตรงนิสัย ‘หมา’ นี่แหละ...ที่กูไม่มี!!!
********
|