หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > บ้านเมืองของเรานั้น ‘ความยุติธรรม’ ได้สูญสิ้นไปแล้ว!
หัวข้อ : บ้านเมืองของเรานั้น ‘ความยุติธรรม’ ได้สูญสิ้นไปแล้ว! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

บ้านเมืองของเรานั้น ‘ความยุติธรรม’ ได้สูญสิ้นไปแล้ว!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        จุดมุ่งหมายที่ชัดเจนของผม ในการเขียนบทความ มันกล้า  ‘ยึดทรัพย์’ ...พระเจ้าแผ่นดิน!!! เมื่อสัปดาห์ก่อนคือ ก็เพียงเพื่อที่จะชี้ ให้ท่านผู้อ่านเห็นว่า 
        การยึดอำนาจด้วยปากกระบอกปืนนั้น เป็นเรื่องไม่ถูกต้องชอบธรรม...โลกอารยะเขารับกันไม่ได้!
        มีข้อน่าสังเกตว่า
        คนที่ยึดอำนาจด้วย ‘ปืน’ นั้น ต่อมาเขาก็ไม่ได้รับความเคารพนับถือจากผู้คนในบ้านเมือง แถมยังตกเป็นขี้ปากของผู้คนเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 หรือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร จอมพล ประภาส จารุเสถียร นายพล สุนทร คงสมพงศ์ นายพล สุจินดา คราประยูร 
        แม้กระทั่ง “ไอ้บัง กบฏ” เองก็เถอะ! 
        ตอนนี้มีใครที่ไหน เขาตั้งวงเรียกร้องให้ “ไอ้บัง” มันมาเป็น ‘ผู้นำ’ ชาติบ้านเมืองของเราบ้างล่ะ!?
        ถึงแม้ว่าตัว “ไอ้บัง กบฏ” มันจะกลายเป็นคนมีเงินมีทอง เพราะร่ำรวยจากผลพวงของการยึดอำนาจไปแล้ว อีกทั้งยังจับพลัดจับพลู ได้ไปเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองเล็กๆ ที่ดูกระจอกงอกง่อยเต็มที เพราะผลโพลสำรวจที่ออกมา เขาบอกว่า
        หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันนี้ แม้เพียง 1 ที่ตั้ง ในสภาก็ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ด้วยคะแนนเสียงความนิยมของพรรคที่ “ไอ้บัง” ไปเป็นหัวหน้า นั้น 
        ยังไม่พอได้ผู้แทนเพียงแค่ 1 คนด้วยซ้ำไป!
 
        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
        ใครก็ตามที่เคยเป็นผู้รักษากฎหมาย คงยอมไม่ได้เด็ดขาดหากจะปล่อยให้นักเลงหัวไม้ ควงปืนโตไปไล่ข่มขู่ชาวบ้าน ถึงในบ้านเรือนของพวกเขา และไล่เจ้าของบ้านออกไป เราจะต้องเข้าไปจัดการทันทีทันใด เพื่อรีบดับความทุกข์ร้อนของชาวบ้าน
        อย่างไม่รอช้า! 
        ในทำนองเดียวกัน เมื่อเห็นทหารควงปืนหลวง ออกมายึดอำนาจการปกครองบ้านเมือง ผู้คนเขาก็ขัดเคือง ไม่พอใจ เพราะแทนที่จะเป็นรั้วของชาติ เสือกเป็นฝ่ายเอาปืนมา ‘ข่มขู่’ ชาวบ้านเสียเอง
        ผมเองก็เป็นเช่นนั้น...ทนไม่ได้เหมือนกัน!
        จึงได้วิจารณ์แหลกลาญ ทั้งในหน้าหนังสือพิมพ์และเว็บไซด์ ซึ่งผู้ที่เคยอ่านหนังสือ “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” ของผม
        คงจะรู้ดี!

        ก่อนถึงวันพิพากษาคดีของคุณทักษิณนั้น บ้านเมืองเราแตกออกเป็นเสี่ยงๆเรียบร้อยไปแล้ว เพราะผลพวงที่พวก ‘ไอ้บัง’กับพวก มันทำร้ายประเทศชาติ อันเป็นที่รักของพวกเรา 
        คนในชาติเขาเห็นว่า กระบวนการพิจารณา ที่ใช้ดำเนินคดีกับทักษิณนั้น
        ไม่เป็นธรรม!
        ส่วนผู้ที่เป็นฝ่ายตรงข้าม ต่างพยายามแสดงความเห็นด้วย กับการยึดอำนาจ ว่าเป็นของดีงาม เป็นเรื่องที่ถูกต้องก็ยังมี
        ไม่น่าเชื่อว่า 'มันโง่’ กันถึงขนาดเลย!
 
        คนที่เป็นอาจารย์ตามมหาวิทยาลัย ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆนาๆ ส่วนใหญ่ก็ได้ร้องขอผู้คนในบ้านในเมือง ให้เคารพในคำพิพากษาของศาล โดยเฉพาะ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์กฎหมาย ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องของการยึดทรัพย์ ทางวิทยุ Fm 96.5 “คลื่นความคิด” โดยเขาได้จีบปากจีบคออธิบายความ ว่า
        การ ‘ยึดทรัพย์’ นั้น ศาลสามารถพิจารณาจากทรัพย์สินเดิมที่มีอยู่ ซึ่งเคยแจ้งกับทางการ ส่วนทรัพย์สินที่งอกเงยขึ้นมา หากเห็นว่าได้มาโดยไม่ชอบก็ยึดส่วนนั้น หรือศาลอาจยึดหมดเลยเพราะเป็นทรัพย์สินที่ “เกี่ยวข้อง” กัน ตามทฤษฎี “ควายในทุ่งหญ้า” ของไอ้หน้า E.T. ...อย่างที่พูดกัน 
        ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ
        นายปริญญาฯ ในฐานะที่เป็นคนสอนกฎหมาย ไม่ได้พูดย้อนหลังไป ให้คนฟังเขาเข้าใจ ว่า 
        การที่คุณทักษิณฯถูกสอบสวนนั้น เป็นเพราะผลพวงของการรัฐประหาร ซึ่ง “ไอ้บัง กบฏ” มันตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาสอบสวนหาความผิด คือ... “ไอ้พวก ค.ต.ส.” นั่นเอง
        การกระทำของ “ไอ้บัง กบฏ” เป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ คือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งยังใช้อยู่ในวันที่ทำรัฐประหาร และยังใช้มาจนปัจจุบัน
        เมื่อสอบสวนเสร็จแล้ว ให้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ หากพนักงานอัยการไม่เห็นด้วย ยังเอาเงินหลวงไปจ้างทนายมาฟ้องร้องเองได้อีก
        ผมฟังนายปริญญาฯ พูด เลยอยากเปลี่ยนชื่อ Fm 96.5 ว่าเป็นคลื่น “คลื่นความคิด...หด” เพราะ...
        ฟังแล้ว ‘หด’...หดหู่...จริงๆ! 
        คลื่นเดียวกันนี้ ก่อนหน้าไม่กี่วัน นายวีระ ธีรภัทร ซึ่งแม้ว่า จะไม่ใช่นักกฎหมาย เพียงแกเป็นนักข่าวมายาวนาน แต่ถึงกระนั้นยังออกมาแสดงความเห็น ที่ ‘เข้าท่า’ กว่านายปริญญาด้วยซ้ำไป โดยบอกว่า 
        เรื่องตั้ง ค.ต.ส. ขึ้นมาสอบสวนทักษิณนั้น...แกรับไม่ได้!

        ค.ต.ส. มีความพิเศษอีกอย่าง ไม่เหมือนพนักงานสอบสวนปกติ ตรงที่สามารถเบิกเงินหลวง ไปจ้างทนายฟ้องร้องเองได้ ซึ่งก็เบิกไปจ่ายแล้วนับสิบล้านบาท สนุกสนานบานเบิกกันไป แต่ยอดเงินหลวงที่แท้จริง ซึ่งจ่ายไปนั้น ยังปิดกันอยู่ว่าใครเบิกเป็นเงินเท่าไหร่ แต่ข่าวเขาว่ามันแพงบรรลัยเลยทีเดียว คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่ผมจะไปหามารายงานแฟนๆ ว่ามันแพงหรือมันมีราคาเท่าไหร่กันแน่? 
        ท่านผู้อ่านก็คงเห็นได้ชัดจาก ‘คดีกล้ายาง’  และ ‘คดีหวยบนดิน’ ซึ่งไอ้หน้า E.T. ‘แก้วสรร อติโพธิ ‘ มันกำเริบเสิบสาน โดยหวังจะเป็นฝ่ายต่อยเข้าปลายคาง จนฝ่ายคุณทักษิณสลบเหมือดได้ 
        มันถึงกับพูดว่า
        จะไม่จับทุจริตเป็นรายตัว แต่จะเอาไฟฟ้าช็อตให้ตายหมู่!”  
        มันพูดอย่างนี้จริงๆ ครับ เพราะสื่อเขาเอามาลงกันให้เกร่อ
        ...ช่าง ‘ระยำ’ ได้สุดขั้วแท้ๆ!  
        ผมเคยเขียนบอกว่า การที่เจ้า E.T. พูดด้วยความ “มุ่งร้าย” อย่างนั้น ผิดหลักจรรยาของพนักงานสอบสวน ที่แสดงความไม่เป็นกลาง เต็มไปด้วยอคติ เหลิงลำพองในอำนาจ ที่ตัวมันเองไม่เคยมีมาก่อนเลยในชีวิต เพราะคิดว่าจะเชือดคณะรัฐมนตรีของทักษิณ ให้ “ตายหมู่” ทั้งในคดีหวยบนดิน และคดีกล้ายาง...แล้วผลคดีเป็นอย่างไรครับ!?  
        ...หลุดเกลี้ยงหมด! 
        ไม่มีใครต้องติดตะรางสักคน ศาลท่านก็ไม่ยึดทรัพย์ไม่ว่าเป็นที่ดิน เงิน หรือให้ตัวจำเลยคนไหนชดใช้เงิน ตามคำร้องแม้แต่บาทเดียว
        ...เห็นกันหรือยังล่ะ?
  
        ต้องเรียนให้ท่านผู้อ่านทราบว่า ผมด่ามันเช็ดเม็ดมาตั้งแต่ ไอ้พวก ค.ม.ช.ยังอยู่ในอำนาจ ด้วยบทความชื่อ “ทหาร” กับ “ชาวบ้าน” อาจต้องตะลุมบอนกันอีกรอบ ที่เขียนลง ‘ผู้จัดการออนไลน์’ มาตั้งแต่ 7 พ.ย.2549 (หลังปฏิวัติไม่ถึง 2 เดือนด้วย) และนำมาลงในหนังสือ “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” ซึ่งบัดนี้ ได้กลายเป็นคัมภีร์การเมืองโด่งดังอีกด้วย แม้แต่ทางสถาบันพระปกเกล้า ที่คนในนั้นเคยวิพากษ์วิจารณ์ผมแรงๆ ยังต้องมีเอาไปไว้ใน...
        ...ห้องสมุดสถาบัน ด้วยซ้ำไป! 
        จึงเห็นว่าเป็นการดี เพราะคนที่เข้าไปเรียนจะไม่ ‘โง่ดักดาน’ หรือคอยตามเลียตูดเผด็จการ เหมือนไอ้คนในสถาบันบางคน ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์หนังสือเล่มนี้ เอาไว้ก่อนหน้านั้น!!

        ผมขอบอกกับท่านผู้อ่านดังๆ และอยากให้ดังจนได้ยินไปถึงผู้พิพากษาซึ่งมีหน้าที่รักษาความเป็นธรรม ทั้งหลายว่า 
        การกระทำของแก๊ง ค.ม.ช.นั้น ได้รับการวางแผนทางกฎหมายอย่างแยบยล จากฝีมือของ 
        “ไอ้มีชัย กบาลใส” 
        วิธีการอันต่ำช้าของมัน ก็คือ...
        ตั้งกรรมการสอบสวน ซึ่งประกอบด้วยบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์กับทักษิณขึ้น โดยอำนาจของคณะปฏิวัติ ซึ่งไม่ชอบธรรม แต่เมื่อสอบสวนเสร็จ ก็ให้มาโยงกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง คือ อัยการ และศาล เพื่อให้ดูดีและถูกต้อง
        แท้ที่จริงแล้ว มันกระบวนการยุติธรรมซึ่งไร้ซึ่ง
“ศุภนิติกระบวน” (Due Process) ออกกฎหมายมายังคับเฉพาะบุคคล เลือกปฏิบัติ และที่สำคัญคือ...
        ละเมิดสิทธิมนุษยชน...อย่างร้ายแรง!!!

        ก่อนถึงวันพิพากษาคดีคุณทักษิณฯ ได้มีเรื่องดังเกิดขึ้น กรณี ป.ป.ช. ออกข่าวว่า เริ่มกระบวนการไต่สวนผู้พิพากษาที่ออกหมายจับ นายสุนัย มโนมัยพิบูล อดีตอธิบดี  DSI กรณีหมิ่นคุณทักษิณฯ 
        คณะผู้พิพากษาได้ออกมาเคลื่อนไหว โดยบอกว่าผู้พิพากษาศาลอยุธยา ได้ใช้ดุลยพินิจโดยถูกต้อง ชอบธรรมแล้ว เพราะเป็นกรณีขัดหมายเรียกถึงสองครั้ง อีกทั้งผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ก็ได้มีการหารือผู้พิพากษาผู้ใหญ่ ไม่ได้ทำโดยพลการหรือลุแก่อำนาจด้วยซ้ำไป 
        ฝ่าย ป.ป.ช.ก็ได้โต้แย้ง ทั้งกรรมการคนหนึ่งยังอ้างความเป็นผู้พิพากษามาก่อน และความเป็นครูบาอาจารย์ มาข่มลูกศิษย์ผู้พิพากษาที่พวกตนชี้มูลความผิดเสียอีก
        ...ดูมันทำ!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
        นี่ขนาดผู้พิพากษา เมื่อโดนเข้ากับตัวเอง หรือพวกตัวเองเข้าบ้าง ยังต้องร้องเรียนขอความเป็นธรรม เพื่อนผู้พิพากษาด้วยกัน ก็ช่วยกันออกมาเคลื่อนไหวกันอลหม่าน จนทำให้ผู้คนในบ้านในเมืองวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ 
        - บ้างก็ถือหางฝ่าย ป.ป.ช. 
        - ที่ถือหาง ฝั่งผู้พิพากษา ก็มีมาก 
        ปัญหาเลยไปตกอยู่ที่ว่า ใครที่เป็นฝ่าย ‘ถูกต้องชอบธรรม’ กันแน่!?

        ย้อนไปดูคดีความของคุณทักษิณฯบ้าง ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเรื่องของผู้พิพากษาที่ถูกกล่าวหา ผิดกันแต่ว่า ผู้สนับสนุนคุณทักษิณฯนั้น
        เป็นประชาชน...จำนวนมากมาย 
        เมื่อพวกเขาเห็นว่า คุณทักษิณฯไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาก็พากันออกมาเคลื่อนไหว คัดค้าน ในรูปแบบที่ไม่แตกต่างจากท่านผู้พิพากษา เพียงแต่คณะผู้พิพากษานั้น ไม่สามารถออกมาสู่ถนนเพื่อชุมนุมแสดงพลังได้ ด้วยเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะไม่ควรต่อฐานานุรูปของความเป็นผู้พิพากษา
        แต่ประชาชนนั้น...ทำได้!
        ชาวบ้านเขาเขาเห็นชัดเจนว่า ทักษิณได้ถูกนำเข้าสู่ด้วยกระบวนการพิจารณาทางกฎหมายที่บิดเบี้ยวไม่ชอบธรรม  เพราะคณะรัฐประหาร เป็นผู้สั่งให้มีการดำเนินการนั่นเอง ไม่ได้เป็นไปตามระบบกฎหมายปกติ 
        ที่น่า ‘ทุเรศ’ มากที่สุดก็คือ
        แม้อำนาจคณะรัฐประหารหมดไปแล้ว ยังมีคนเอาหัวโขกกระดาน คำนับและเคารพ โดยกล่าวว่า
        ต้องยึดตามคำสั่งของ “ไอ้บัง กบฏ” มันอีก!
        อีตรงนี้ ซิครับท่าน...มันน่าเจ็บแสบจริงๆ!!

        ที่มันเจ็บก็เพราะว่า เราเป็นคนไทยเป็นชาติที่มีอิสรเสรี ไม่ได้เป็นทาสที่เขาปล่อยแล้ว เสือกยังไม่ยอมไปอีก เพราะถึงวันนี้ อำนาจของคณะรัฐประหารพวก ‘ไอ้บัง กบฏ’ หมดไปแล้ว แต่การที่มีความพยายาม ที่จะนำแอกพร้อมกระดึง หรือคำสั่งของไอ้เวร ‘บัง’ มาไว้บนคอบนไหล่กันอีก นั้น...
        มันน่าสมเพช...นะครับท่าน!

content/picdata/205/data/A1.jpg

        ชาวบ้านเขาเห็นว่า มันไม่สมควร ไม่ถูกต้องและไปเป็นธรรมต่อคุณทักษิณ ทำให้ความยุติธรรม... 
        มีอันต้องบิดเบี้ยว...เสียหายไป! 
        ที่ประชาชนเขาออกมาเคลื่อนไหว เป็นปากเสียงให้คุณทักษิณ เขาทำด้วยความเต็มใจ เพราะชาวบ้านได้ประโยชน์สูงจากการบริหารงานของทักษิณและคณะ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค, กองทุนหมู่บ้าน,ฯลฯ อย่างที่เรารู้ๆกัน ชนิดที่ไม่เคนมีผู้ปกครอง หรือนักการเมืองหน้าไหน เคยสร้างให้กับผู้คนในบ้านเมืองได้ทั่วถึง
        และมีประสิทธิภาพอย่างยิ่งยวด...มาก่อนหน้านี้เลย!! 

        ดังนั้น ผมจึงแสดงได้ความดีใจและเป็นปลื้มใจเป็นล้นพ้น ที่ท่านกีรติ กาญจนรินทร์ ผู้พิพากษาศาฎีกา ท่านแสดงความองอาจ สร้างคำวินิจฉัยที่กล้าหาญสะท้านโลก เคาะกะโหลกไอ้พวกยึดอำนาจว่า
        ...หากศาลรับรองอำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคลที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว เท่ากับศาลไม่ได้รับใช้ประชาชน จากการใช้อำนาจโดยมิชอบและเพิกเฉยต่อการปกปักรักษาประชาธิปไตยดังกล่าวมาข้างต้น ทั้งเป็นการละเลยหลักยุติธรรมตามธรรมชาติที่ว่าบุคคลใดจะรับประโยชน์จากความฉ้อฉลหรือความผิดของตนเองหาได้ไม่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็น ‘วงจรอุบาทว์’ อยู่ร่ำไป ยิ่งกว่านั้นยังเป็นช่องทางให้บุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวยืมมือกฎหมายเข้ามาจัดการสิ่งต่างๆ...

        อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี ท่านศรีอัมพร ศาลิคุปต์ เพิ่งอ้างอำนาจอธิปไตย ซึ่งอำนาจศาลหรือตุลาการเป็นหนึ่งในสามอำนาจนั้น ในการปกป้องผู้พิพากษาศาลอยุธยา ที่ถูก ป.ป.ช.กล่าวหาและตั้งกรรมการขึ้นมาไต่สวนไปหยกๆ 
        ดังนั้น คำพิพากษากรณีคุณทักษิณฯ ที่จะออกมาในวันที่ 26 ก.พ. นั้น คนไทยจำนวนมากในประเทศนี้ ที่เขาแสวงหาความเป็นธรรม คงจะปลาบปลื้ม...
        ถ้าศาลท่านยืนยันในหลักการ ที่จะรักษาอำนาจศาล ซึ่งเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย โดยไม่อินังขังขอบกับคำสั่งของหัวหน้าคณะรัฐประหารอย่าง... 
        ‘ไอ้บัง สามจิ๋ม’  
        แต่หากศาลท่านยังจะยึดถือว่า คำสั่งของกบฏอย่าง “ไอ้บัง” เป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ในขณะที่ตัวมันจะพ้นอำนาจไปนานแล้ว (แม้แต่ ป.ป.ช.ภาคประชาชน ก็แสดงทีท่าจะฟ้องร้องเอาเรื่องทุจริต) แล้วศาลท่านจะมีคำสั่งยึดเงิน 76,000 ล้านบาท ผมก็ไม่แปลกใจอะไรเลย... 
        ...เพียงแต่คิดว่า

        เงินจำนวนนี้ที่ยึดได้นี้ มันคงจะไม่พอสำหรับการซ่อมแซมประเทศ ที่จะต้องเสียหายอีกต่อไป เพราะความแตกร้าว ความเกลียดชังซึ่งกันและกัน ซึ่งปัจจุบันนี้...
        มันล้ำลึก...สุดพรรณนาแล้ว! 
        เฉพาะความเกลียดชังของชาวบ้าน ต่อคนที่มีอำนาจในปัจจุบัน ที่ฉกฉวยเอาประโยชน์ จากการพิจารณาของศาลในครั้งนี้ มาตั้งแต่ยังไม่มีคำตัดสิน แต่ก็ได้ใช้สื่อของรัฐที่ฝ่ายตนควบคุม ปลุกระดม บ่มเพาะความแตกแยก ให้ผู้คนในบ้านในเมือง เพียงเพื่อให้ฝ่ายตนอยู่ต่อในอำนาจ เพื่อจะได้ ‘มูมมาม’ กันต่อไปในตำแหน่ง...ก็เท่านั้นเอง    
        แต่ความแตกแยกของผู้คน ยิ่งแผ่ขยาย กว้างไกลไปสุดกู่...
        ...น่าหดหู่ใจนัก!!
 
        เผลอๆเราอาจต้องใส่เงินทองของชาติ ลงไปอีกหลายแสนล้าน เพื่อซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง แต่ถึงแม้จะซ่อมได้ก็คงไม่เหมือนเดิม เหมือนแก้วแตกเอาเศษมาปะติดใหม่ อย่างไรอย่างนั้น 
        ถ้าบังเอิญ ประเทศของเราโชคร้าย... 
        อาจต้องสังเวยด้วยชีวิตคนเป็นจำนวนมาก ถ้าหากความไม่สงบเกิดขึ้นในแผ่นดินจริงๆ เพราะประชาชนคนในชาติ คงยอมไม่ได้ ด้วยเขาเห็นเป็นที่ประจักษ์ ชัดเจนแล้วว่า
 
        บ้านเมืองของเรานั้น ‘ความยุติธรรม’ ได้สูญสิ้นไปแล้ว!

...........

****ท้ายบท
        ท่านผู้อ่าน ที่ต้องการทราบถึงกระบวนการยุติธรรมอัน
บิดเบี้ยวของบ้านเรา ในการจองล้างจองผลาญทักษิณ โปรดเข้าไปอ่านต่อใน 2 คอลัมน์สำคัญ ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกัน และได้รับความสนใจจากท่านผู้อ่านเป็นจำนวนมาก คือ
    
        1. ไทยกับกระบวนการ ‘ไม่’ ยุติธรรม อันน่าอับอาย!!! 
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=186 (จำนวนผู้อ่านแล้วร่วมครึ่งหมื่นราย)
        2. จดหมายฟ้องโลก!!! 
 
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=187 (จำนวนผู้อ่านแล้ว เกือบหนึ่งหมื่นสองพันราย) 

        สำหรับจดหมายฟ้องโลก ได้แพร่หลายไปสู่สถานทูตทุกประเทศ ผู้นำชาติต่างๆ สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงทางกฎหมายทั้งในและต่างประเทศ 
        อ่านแล้วท่านจะเข้าใจถึงความ ‘ไม่ยุติธรรม’ ที่แผ่ปกคลุมบ้านเมืองของเรา และสร้างปัญหาความแตกแยก ร้าวลึก ยากที่จะแก้ไขให้กลับคืนมาได้...ตราบจนกระทั่งถึงวันนี้!!!

ด้วยความเคารพ
วาทตะวัน
 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ป.ป.ช.โลซก! (ไม่มีปัญญาจัดการ กะอีแค่ ‘คดีดินสอหนีบตูด’!!)
“ซุปเปอร์...จังไร!”
คดีก่อการร้ายในประเทศไทย ถึงทางแยกแล้ว!!!
“สวนโมกข์ฯ แฟรนไชส์”
“คนไทย ‘เงี่ยน’ สงคราม!!!”
ป.ป.ช.โลซก! (ไม่มีปัญญาจัดการ กะอีแค่ ‘คดีดินสอหนีบตูด’!!)
“ซุปเปอร์...จังไร!”
คดีก่อการร้ายในประเทศไทย ถึงทางแยกแล้ว!!!
“สวนโมกข์ฯ แฟรนไชส์”
“คนไทย ‘เงี่ยน’ สงคราม!!!”
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
จิงๆ ศาลท่านคงใช้ดุลพิจิจในทางที่ถูกต้อง แต่กระนั้น ก็ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่า คำพิพากษานั้น จะออกมาในรูปไหน แต่ขอให้ความถูกต้องเป็นสิ่งที่อยู่คู่ประเทศไทยของเราด้วย

โดยคุณ กุนซือมังกร 125.24.10.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
อย่างที่ผม เคย กล่าว ไว้ หลายครั้ง ครับ คตส มี หน้าที่ แค่ชง เรื่องให้ อัยการ หรือ แค่ ยื่น ฟ้องเอง เท่านั้น ครับ ... กระบวนการตัดสิน อยู่ที่ศาล ครับ <คตส ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตัดสิน เลยครับ >...ศาลท่านตัดสินตามหลักฐานที่ได้มาครับ ส่วนกระบวนการตัดสินนั้น เปิดเผยทุกขั้นตอนครับ สามารถตรวจสอบได้ ..ดังนั้นผนคิดว่า กระบวนการยุติธรรม ของเรา ยังมีอยู่ เช่นเดิมครับ ....เพียงแต่ว่า อาจมีคนบางกลุ่ม บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อหวังผลประโยชน์ ของตน ครับ .....ผมสนับสนุน คนที่สู้กันด้วยหลักฐาน ครับ. และเชื่อในจุดที่มีหลักฐานรองรับ ครับ ไม่นิยมพวกใช้แต่ความเชื่อส่วนตัวครับ ... สุดท้ายนี้ ขอฝาก ว่า คนไทย ไม่นิยมความรุนแรงครับ

โดยคุณ อนาจ วาทตะวัน 203.144.225.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
#คห.2 คำว่า "อนาจ" ที่คุณใช้นั้น ไม่มีคำแปลในภาษาไทย////มีแต่คำว่า "อนาถ" แปลว่า สงสาร,สังเวช,สลดใจ/// ถ้าอยากจะบอกว่า วาทตะวันแสดงความเห็นได้อย่างน่าสงสาร...ต้องเขียนว่า "วาทตะวันแสดงความเห็น ได้อย่างน่าอนาถ" เอาอีกตัวอย่างก็ได้ "คุณอนาจแสดงความเห็นทางกฏหมาย ได้น่าอนาถแท้ๆ" หมายความว่า "คุณอนาจแสดงความเห็นทางกฏหมายได้อย่างน่าสังเวชแท้ๆ" อย่างนี้เป็นต้น

โดยคุณ ต้องเขียนภาษาไทย ให้ถูกต้องด้วย 125.25.32.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ความคิดเห็นที่ 3 5555 . อันว่า ชื่อ ที่ใช้นั้น เป็น เพียงนาม แฝง จะใช้อักษร ตัวใดก็ได้ จะให้มีความหมาย หรือไม่ ก็ได้... สุด แต่ ใจ ของ ผู้ใช้ ครับ ....55555555 ขอบคุณสำหรับ คห. ครับ เพราะ คห .ของคุณทำให้ ผม หัวเราะ ได้

โดยคุณ อนาจ วาทตะวัน 203.144.225.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
Yes , the judge makes the ruling but depends on the info submitted by the investigators ,the infos are bias then there is no justice especially some investigators are judges .

โดยคุณ dam.gunners@hotmail.com 86.148.210.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
ผมว่าขบวนการยุติธรรมของเราตอนนี้ มีอะไรคล้ายๆไอ้หลักกฏหมาย Separate but equal ที่อเมริกาใช้อยู่หลายสิบปี คือ "แบ่งผิวแต่ทัดเทียม" คนดำคนขาวต้องแยกโรงเรียนกัน แยกกระทั่งห้องน้ำก็อกน้ำสาธารณะ แยกกระทั่งนั่งรถเมล์คนละส่วน แต่เป็นความเท่าเทียมแบบจอมปลอม เพราะทุกอย่างมัน "คนละชั้น" ไปหมด กว่าจะเปลี่ยนได้ คนดำก็หืดขึ้นคอ เมืองเราตอนนี้เป็นอย่างนั้น พวกทักษิณหรือพวกเสื้อแดงหรือพวกที่ตรงข้ามกับรัฐบาล ก็โดนหลัก Separate but equal จากขบวนการยุติธรรมระดับต่างๆและจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ ผมทายใจคนไทยไม่ถูก แต่จะรอดูว่าคนไทยจะคอยนานเท่าพวกพี่มืดในอเมริกาหรือเปล่า อยากรู้เหมือนกันครับ

โดยคุณ ทัดเทียม เท่าทัน 124.121.210.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
หลังคดีนี้ หวังว่าคงไม่เกิดระบอบยุติธรรมใหม่ คือ ปชช.ทุกคนเป็นศาลโดยตนเอง ตัดสินลงโทษเด็ดขาดอุธรณ์-ฎีกาไม่ได้ ใครพอใจตัดสินให้อีกฝ่ายต้องถูกตีหัว ต้องถูกกระทืบตายหรือถูกยิงตายก็ดำเนินการได้ทันที เมืองไทยจะเกิดอย่างนี้หรือไม่ หลังคดีนี้ต้องคอยดู เพี้ยงอย่าเป็นอย่างนั้นเลย

โดยคุณ ความยุติธรรมจากศาลเตี้ย 118.172.224.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
วาทตะวัน มองตาชั่งที่ไม่เป็นกลาง แต่ดูคล้ายกับคุณทักษิณมองเลยนะครับ อะไรที่ตัดสินว่าตัวเองไม่ผิดคือยุติธรรม แต่อะไรที่ตัดสินตัวเองผิด คือไม่ยุติธรรม พร้อมทั้งโยงใยความไม่ยุติธรรมดังกล่าวมาจากปากกระบอกปืน โดยเนื้อแท้ก็มาจากศาลเดิมเหมือนกันครับ

โดยคุณ คนไกล..เดินผ่านมา 203.114.112.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
ประเทศไทยมีแค่ปัญหาเดียวเท่านั้นคือ ไม่ยอมรับการก้าวล่วงสิทธิของผู้อื่น โดยมองแค่ว่าเป็นสิทธิของตนเองที่ตัวเองทำได้ เป็นประชาธิปไตย แต่ยังคงมองหาและเรียกร้องประชาธิปไตยอยู่ร่ำไป ซึ่งถ้ามองกันจริงๆ ประเทศไทยเนี่ยประชาธิปไตยที่สุดในโลกเลยนะ จะทำอะไรก็ได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งที่กฏหมายห้ามไว้ แต่ยังศรีธนนชัย พูดได้ว่า ไม่ได้ทำผิดกฏหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฏหมายห้ามทำ เท่านั้นเอง นี่แหละหนา ประเทศไทย

โดยคุณ ตนไกล..เดินผ่านมา(อีกครั้ง) 203.114.112.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
#8 พวกตะแบงยังมีอยู่มาก ก่อนจะถึงตาชั่งนั้น กระบวนการสอบสวนต้องมีความเป็นธรรม การสอบสวนฝ่ายเดียว มันเป็นธรรมตรงไหน คดีความทั่วไป ปล้นฆ่า ข่มขืน กฎหมายยังกำหนดให้มีทนายความ เข้าร่วมฟังการสอบสวนได้ คดีนี้ หมาแก่กลุ่มใหญ่รุมขย้ำ เด็กๆ ที่ไปให้การ ขัดหลัก ป.วิอาญา โดยสิ้นเชิง ศาลเดิม เวลาไม่ใช่ดังเดิม จิตสำนึกก็ไม่ดังเดิม ผู้พิพากษาก็กลายเป็นโจรได้

โดยคุณ skris07 113.53.16.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
#10 ก่อนจะถึงตาชั่งนะถูกต้อง ฝ่ายสอบสวนต้องสืบสวนข้อมูล ก่อนถึงตาชั่ง ซึ่งผู้เสียหายก็ต้องทราบถึงข้อกล่าวหา พร้อมทั้งหาหลักฐานพยานต่างๆ มาแก้ต่าง ซึ่งการไต่สวนก็มีขอบเขตระยะเวลาให้แก้ต่างที่ชัดเจน แต่ถ้ามองต้นตอ ถ้าไม่ทำในสิ่งที่กฏหมายห้ามไว้ ก็คงไม่มีเหตูต้องดิ้นรน...ผลย่อมเกิดจากเหตุ แต่ด้วยเหตุผลกลใด ผู้กระทำเท่านั้นย่อมรู้แก่ใจ ความจริงก็คือความจริง..หลังน้ำลดตอก็จะผุด

โดยคุณ คนไกล..เดินผ่าน 203.114.112.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
กระบวนการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นกฎของไอ้พวกโจรกบฎ มันตั้งธงเอาความผิดกับนายกทักษิณ การตัดสินออกมาก็ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ชอบด้วยกฎโจรของพวกมัน ผมไม่ยอมรับคำตัดสินยึดทรัพย์อย่างเด็ดขาด ยอมรับได้อย่างเดียวต้องคืนทรัพย์สินทั้งหมดให้นายกทักษิณ ถ้าตัดสินยึดทรัพย์นายกทักษิณ ความเกลียด ความโกรธ ความเคียดแค้นของคนเสื้อแดงจะพุ่งสูงทันที และจะมีความเกลียด ความโกรธ ความเคียดแค้นของคนเสื้อแดงเต็มแผ่นดิน เมื่อนั้นถ้าแกนนำคนเสื้อแดงประกาศชุมนุนคนเสื้อแดงจะมาเกินล้านคนอย่างแน่นอน และอันตรายจะต้องเกิดขึ้นกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยึดทรัพย์ทันที ไม่ว่า รัฐบาล คตส. หรือศาลฯ จำไว้ไอ้พวกโจร...

โดยคุณ psangrueng@.gmail.com 203.185.150.XXX

ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อความ
รัฐธรรมนูญทุกฉบับกำหนดการพ้นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีไว้เพียง ตาย ลาออก หมดวาระ ถูกถอดถอน ไม่มีฉบับไหนเลยที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องพ้นอำนาจโดยการปฏิวัติยึดอำนาจ ในเมื่อไอ้บังได้กระทำในสิ่งที่อยู่นอกเหนือรัฐธรรมนูญแล้ว เรายังคงต้องเดินตามมันต้อยๆเหมือนเด็กไม่รู้ทิศรู้ทางอีกหรือ สำหรับผมขณะนี้นายกรัฐมนตรืของประเทศไทยมีคนเดียวชื่อทักษิณ ชินวัตร ครับ ส่วนที่ยืนเกาะโพเดี่ยมอยู่คือไอ้มาร์ค

โดยคุณ chuang 210.213.20.XXX

ความคิดเห็นที่ 14 แจ้งลบข้อความ
only one word "GOD DAMN JUSTICE"

โดยคุณ rockville ,md 71.179.113.XXX

ความคิดเห็นที่ 15 แจ้งลบข้อความ
only one word"GOD DAMN THAI JUSTICE"

โดยคุณ rockville ,md 71.179.113.XXX

ความคิดเห็นที่ 16 แจ้งลบข้อความ
หากคุณทักษิณ ถูกฟ้องร้องและตัดสินในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ หรือ ในสภาวะที่ไทยเป็นประชาธิปไตย จะไม่มีเสียงคัดค้านมากมายเท่านี้ แต่พวกคุณ(ฝ่ายตรงข้าม)ทำไมไม่ยอมรับครับว่า อำนาจทักษิณ ที่มาด้วยระบอบที่ถูกต้องนั้นถูกล้มด้วยการปฏิวัติ ถูกยึดอำนาจด้วยปลายกระบอกปืน ซึ่งอย่าคิดว่าแค่คนธรรมดาอย่างทักษิณเลยที่จะพ่ายแพ้ ต่อให้มีอำนาจล้นพ้นประเทศหากต้องเจอด้วยวิธีเดียวกันนี้ก็จะตกในสภาวะเดียวกันคือ เสียเปรียบหรือไม่ยุติธรรมนั่นเอง การที่ศาลจะต้องเดินตามเกมของคณะปฏิวัติหรืออำนาจนอกระบบ เป็นการสมควรหรือ??????????????? ถามดูที แล้วจะเรียนกฎหมายมาทำไมในเมื่อแยก ความได้เปรียบเสียเปรียบไม่ได้ แยก การกระทำกับถูกกระทำไม่ออก แยก ประชาธิปไตยกับรัฐประหารไม่ถูก แยก ถูกต้องกับไม่ถูกต้องไม่ชัด หลายคนจะเลี่ยงไปว่าในสมัยคุณทักษิณเรืองอำนาจก็ล่วงล้ำอำนาจตุลาการ ผมไม่ขอแถแบบน้ำขุ่นๆว่าก็แล้วทำไมไม่มีใครดำเนินการล่ะ แต่ผมขอให้คิดว่า ถ้าวันนั้นพวกคุณหรือเหล่าพันธมิตร จะร่วมชุมนุมต่อต้านจนสามารถชนะใจคนส่วนใหญ่ได้และเชื่อในข้อมูลที่พันธมิตรนำเสนอจนกระทั่งมีสมองพิจารณาเรื่องทั้งหมดอย่างผู้มีปัญญาไม่ใช่สักแต่ว่าเชื่อ สิ่งที่คุณทำจะใสสะอาดและปราศจากข้อสงสัยที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน วันนี้คงไม่แตกแยกอย่างนี้ อย่าลืมนะครับว่าศาลในสมัยนั้นกับในสมัยนี้ก็ส่วนใหญ่ก็ศาลเดียวกัน ไม่ขอพูดว่ามาตรฐานเป็นอย่างไร แต่สงสัยว่าทำไมศาลไม่เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ใช้อำนาจให้เป็นประโยชน์กับประเทศโดยการ ไม่สนับสนุนการยึดอำนาจทุกกรณี ไม่ร่วมมือหรือตกเป็นเครื่องมือในการคงอยู่ของอำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย ไม่ร่วมสังฆกรรมกับอำนาจจากปลายกระบอกปืน การยอมรับหรือไม่ยอมรับการตัดสินไม่ใช่ประเด็นจะมากล่าวว่ากัน หากแต่การยอมรับการรัฐประหารกับเคารพประชาธิปไตย แค่เท่านี้ก่อนดีไหม

โดยคุณ คนภูแต่อยู่ใต้ 124.157.234.XXX

ความคิดเห็นที่ 17 แจ้งลบข้อความ
ผมเป็นคนหนึ่งที่เรียนกฎหมาย และตอนที่เขียน ความเห็นนี้ผมการตัดสินคดียึดทรัพย์ออกมาแล้ว และได้ฟังมีการอ้างคำสั่ง คปค. เกี่ยวกับเรื่องการตั้งคตส. และอำนาจ คตส. ดั่งว่า คำสั่งคปค. เป็นสิ่งที่ทุกต้องชอบธรรมเป็นการยอมรับการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งผมขอชื่นชม ผ่านทางเว๊ปไซต์ของท่านอาจารย์ ต่อ ท่านกีรติฯ ซึงน่าจะเป็นผู้พิพากษาที่น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานต่อผู้พิพากษา มาปฏิบัติได้ถูกต้องที่สุด ผมว่า ท่านกีรติฯ ตีความพระราชดำรัสของท่าน ได้ดีกว่า ท่านอักขราทรฯ กฎหมายที่ออกโดยพวกกบฎ ตามกฎหมายและถูกฟอกตัวให้พ้นผิดจากรัฐธรรมนูญที่ร่างกันขึ้นมาเอง นำมาประกอบการพิจารณาได้หรือ ตามหลักกฎหมายมันได้ แต่ในหลักของความยุติธรรมมันได้หรือไม่

โดยคุณ คนไทยรักชาติ 61.90.109.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
เพราะรัฐบาลโลซกของประเทศไทย มันดันทะลึ่งไปทะเลาะเบาะแว้ง กับประเทศเพื่อนบ้านเขาไปทั่ว ..
เพราะสิ่งที่ไอ้พวกเวรพันธมาร มันลักเอาไปนั้น เป็น “คลังข้อมูล” บรรจุความลับระดับสูงสุดของชาติเรา ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER